|
|
| เรื่องที่เป็นที่พูดถึงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางจากนักเรียน
และผู้ปกครองรวมถึงผู้สนใจและติดตามเรื่องราวทางการศึกษาช่วงนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องของการเปลี่ยนแปลงระบบคัดเลือกนักเรียนเข้าเรียนต่อระดับอุดมศึกษาหรือพูดกันง่ายๆว่า
จะเปลี่ยนระบบEntrance |
เปลี่ยนทำไม
จะเปลี่ยนไปเป็นอย่างไร
จะเริ่มใช้เมื่อไร
จะดียังไง และคำถามต่างๆอีกมากมายที่รอคำตอบ |
ระบบ
Entrance ที่เราใช้กันอยู่ตอนนี้นั้น เริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 2542
ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เพราะเป็นครั้งแรกของระบบ Entrance
ที่มีการนำผลการเรียนในโรงเรียนมาเป็นส่วนประกอบในการคัดเลือก จากความพยายามของฝ่ายกระทรวงศึกษาธิการที่มีความเห็นว่าเด็กนักเรียนไม่ค่อยให้ความสำคัญต่อการเรียนในโรงเรียน
แต่กลับมุ่งเน้นการ กวดวิชาเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัย จึงเสนอแนวทางการแก้ปัญหาโดยให้ใช้ผลการเรียนในโรงเรียนมาเป็นส่วนประกอบในการคัดเลือก
เดิมทีตั้งใจจะให้เป็น 25% ก็มีการต่อต้านกันมากมายเกรงการปล่อยเกรดในโรงเรียนที่ไม่ได้มาตรฐาน
จะทำให้การสอบคัดเลือกไม่ยุติธรรม จึงตกลงใช้เพียง 10% โดยมาจาก เกรดเฉลี่ย
5% และจาก Percentile Rank อีก 5% ผลที่ได้จากการเปลี่ยนแปลงครั้งนั้นคือ
นักเรียนเริ่มให้ความสำคัญต่อการเรียนดีขึ้น มีจำนวนมากที่ตั้งใจเรียนตั้งแต่เริ่มขึ้นม.
4 เพราะกลัวว่าจะรอไปขยันตอนม. 6 อาจไม่ทันเนื่องจาก เกรดต้องสะสมตั้งแต่ม.
4 แต่การกวดวิชาของนักเรียนกลับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เพราะต้องกวดวิชากันตั้งแต่ม.
4 เลย อย่างไรก็ตามด้วยการดำเนินการจัดการสอบวัดความรู้ปีละ 2 ครั้งและให้เก็บคะแนนไว้ใช้ได้
ทำให้นักเรียนที่แต่เดิมสอบได้เพียงปีละครั้ง ลดความกดดันลงไปมาก รวมทั้งความเที่ยงตรงในการคิดคะแนนจากเกรดและการจัดการสอบ
ของสำนักทดสอบกลาง ทบวงมหาวิทยาลัย ทำให้ระบบ Entrance เป็นที่ยอมรับของนักเรียนและผู้ปกครองอย่างดี
พอเริ่มมีข่าวการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งในช่วงนี้เนื่องจาก
พระราชบัญญัติการการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พ.ศ.2544 ทำให้การเรียนการสอนและหลักสูตรการศึกษาเปลี่ยนไป ดังนั้นจึงมีแนวคิดที่จะเปลี่ยนระบบ
Entrance เพื่อให้เหมาะสมสอดคล้องกับการเรียนการสอนในระบบใหม่
โดยมีการนำเสนอว่าจะให้เพิ่มสัดส่วนผลการเรียนในโรงเรียนและมีการนำสมุดพกความดีมาเป็นองค์ประกอบในการคัดเลือก
25% ก็เลยมีการต่อต้านคัดค้านกันอีกครั้งอย่างกว้างขวาง ใน www.eduzones.com
ซึ่งเป็นชุมชนการศึกษา online ที่มีสมาชิกกว่าแสนคน ได้มีสมาชิกทั้งนักเรียน
ครู อาจารย์ และผู้ปกครอง ร่วมออกความคิดเห็นคัดค้านกันมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการเพิ่มสัดส่วน
GPA และPR ที่สรุปตรงกันว่าไม่เป็นธรรมและในเรื่องสมุดพกความดี
ที่หลายคนเป็นห่วงว่าความดีจะนำมาเป็นคะแนนสมควรหรือไม่ วัดเป็นคะแนนได้อย่างไรรวมถึงใครเป็นคนวัด
จะก่อให้เกิดปัญหาต่างๆในโรงเรียนหรือไม่ จะเป็นธรรมได้อย่างไร |
คงยังไม่ต้องตกอกตกใจกันหรอกครับ
เพราะเดี๋ยวนี้ใครจะทำอะไรที่เกี่ยวข้องกับคนจำนวนมากอย่างนี้เขาต้องทำประชาพิจารณ์ครับ
วันนี้ผมขอสรุปสิ่งที่ ทบวงมหาวิทยาลัยได้ดำเนินการไปแล้วและบางส่วนก็มีข้อสรุปแล้วเพื่อให้ผู้สนใจได้ทราบดังนี้
ทบวงมหาวิทยาลัยได้แต่งตั้งคณะทำงานที่จะทำหน้าที่พิจารณาหาข้อมูลและปรับปรุงระบบ
Entrance โดยมี ปลัดทบวงมหาวิทยาลัยเป็นประธาน ชื่อ "คณะทำงานศึกษารายละเอียดและแนวทางการดำเนินการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา"
เมื่อเดือน พฤษภาคม ปีที่แล้ว หลังจากนั้นก็มีการประชุมเพื่อหาแนวทางกันหลายครั้ง
จนได้ข้อสรุปล่าสุดดังนี้ครับ |
| |
|
ประเด็นที่เสนอ
|
ข้อสรุป
|
| วิธีการคัดเลือก |
ในแต่ละสาขาวิชาร่วมกัน
กำหนดแนวทางและวิธีการคัดเลือกโดยมีหน่วยงานที่ศักยภาพในการปฏิบัติงานเช่นเดียวกันกับทบวงมหาวิทยาลัยดำเนินการให้ |
| การกำหนดคุณสมบัติ |
คุณสมบัติทั่วไป
กำหนดร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัย/สถาบันในสาขาวิชาเดียวกัน
คุณสมบัติทางวิชาการ
แต่ละมหาวิทยาลัย/สถาบันกำหนดตามความต้องการของตนเองตามปรัชญาการศึกษาของแต่ละสาขาวิชา |
การใช้ผลการเรียนระดับ
มัธยมศึกษาตอนปลาย
|
ให้ใช้
GPA/PR ในสัดส่วน 10% จนกว่าจะมีการวัดผลและประเมินผลที่มีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับ
จึงจะทบทวนให้มีการนำผลการเรียนมาใช้เพิ่มขึ้น |
| เกณฑ์การคัดเลือก |
ให้มีการใช้ผลการสอบจาก
1) แบบทดสอบพื้นความรู้ทางวิชาการ ที่กลุ่มสาขาวิชาออกข้อสอบร่วมกัน
2) แบบทดสอบศักยภาพในการเรียนรู้ (ความสามารถทางภาษา คณิตศาสตร์และการใช้เหตุผล)
3) แบบทดสอบวิชาเฉพาะสาขาวิชาต่างๆ โดยกลุ่มสาขาวิชาออกข้อสอบร่วมกัน
4) แบบทดสอบมาตรฐานช่วงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 การจัดสอบทั้ง 4
ข้อนี้ ให้มีมาตรฐานเดียวกันและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เข้าสอบมากที่สุด
เหมือนดังที่สำนักทดสอบกลาง ทบวงมหาวิทยาลัยเป็นผู้ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน |
การใช้ผลสอบวัดมาตรฐาน
ช่วงชั้นปีที่ 6
|
เห็นด้วยกับการใช้คะแนนผลการสอบมาตรฐานช่วงชั้นปีที่
6 ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่ม และขอทราบเนื้อหาสาระการเรียนรู้ทั้ง
8 กลุ่มที่จัดสอนให้กับนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย |
| สมุดพกแห่งความดี |
ขอให้มีการพัฒนารูปแบบการบันทึกและวิธีปฏิบัติที่ชัดเจนมีการประเมินผลที่เชื่อถือได้
แล้วจึงนำมาใช้ประกอบการสัมภาษณ์ |
| หน่วยงานที่รับผิดชอบ |
สมควรที่จะใช้ระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาในระบบกลางการรับนิสิต/นักศึกษา
(Central University Admission system) ในปีการศึกษา 2549
ซึ่งจะเป็นปีการศึกษาที่นักเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ด้วยหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพร้อมกันทั่วประเทศ
ให้เป็นหน่วยงานกลางที่มีกลไกการดำเนินการที่เป็นมาตรฐานเป็นที่ยอมรับของสังคมเช่นเดียวกับที่สำนักทดสอบกลางทบวงมหาวิทยาลัยดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน
ซึ่งสังคมยอมรับในความโปร่งใสและตรวจสอบได้
|
|
| |
| จะเห็นได้ว่าเรื่องที่เป็นห่วงกันมากๆนั้น
ตอนนี้ทางทบวงได้มีข้อสรุปที่สอดคล้องกับแนวทางความคิดเห็นของนักเรียนและผู้ปกครองส่วนใหญ่ซึ่งน่าจะเป็นที่พอใจและสร้างความสบายใจให้กับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้แล้ว
เช่นเรื่อง GPA และ PR ซึ่งกำหนดให้10%เท่าเดิม เรื่องสมุดพกแห่งความดีให้นำมาใช้ประกอบการสัมภาษณ์เท่านั้น
เรื่องการเริ่มใช้ว่าจะให้เริ่มในปีไหน ก็ตกลงให้เริ่มใช้ในปี 2549 ซึ่งนักเรียนทั้งประเทศเข้าสู่การเรียนการสอนหลักสูตรใหม่แล้วตั้งแต่ปีหน้านี้
|
| นอกจากนั้น
ยังมีการจัดประชุมเพื่อชี้แจงแนวทางให้เป็นที่ยอมรับและรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย
โดยคณะอนุกรรมการการศึกษารายละเอียดฯ ทบวงมหาวิทยาลัย จัดการประชุมไปแล้ว
2 ครั้ง ครั้งแรกที่โรงแรมแอมบาสเดอร์ เมื่อวันที่12 กันยายน และล่าสุดเมื่อ
วันที่ 26กันยายน ได้จัดการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นในส่วนภาคเหนือตอนบน
ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีตัวแทนส่วนต่างๆเช่น ผู้บริหารทบวงมหาวิทยาลัยผู้แทนที่ประชุมอธิการบดี
ผู้แทนครู ผู้ปกครอง นักเรียน ฯลฯรวมประมาณ 300 คนเข้าร่วมประชุม |
| ฝ่ายนักวิชาการการศึกษาอยากเห็นการปฏิรูปที่จะทำให้เด็กไทย
"เรียนเพื่อรู้" ไม่ใช่ "เรียนเพื่อไปสอบ"
อย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ฝ่ายนักเรียน ผู้ปกครองกังวลว่าการเปลี่ยนแปลงในบางส่วนจะทำให้เกิดความไม่ยุติธรรมในการคัดเลือก
ฝ่ายผู้บริหาร รับนโยบายมาแล้วต้องเร่งรีบดำเนินการให้ทันเวลา ทุกคนทุกฝ่ายอยากเห็นสิ่งดีๆเกิดขึ้น
ต่างกันที่มุมมองและจุดยืนเท่านั้น ตอนนี้ผมรู้สึกสบายใจที่ทุกส่วนทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน
ร่วมมือสร้างสรรค์แนวทางที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการศึกษาไทย
|
| อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ยังไม่จบครับ
คณะทำงานฯ ทบวงมหาวิทยาลัย ยังคงมีความจำเป็นในหาข้อสรุปส่วนรายละเอียดอื่นๆเพื่อให้
ระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลางการรับนิสิต/นักศึกษา(Central
University Admission system) เป็นระบบสอดรับแนวทางหลักสูตรใหม่ เป็นระบบที่ยุติธรรม
และได้รับการยอมรับจากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องมีหน่วยงานดำเนินการจัดสอบที่เป็นกลางและมีความน่าเชื่อถือ
มีประสิทธิภาพไม่น้อยกว่าสำนักทดสอบกลาง ซึ่งได้รับการยอมรับในการทำงานและความเที่ยงตรงจากนักเรียนและครูทั่วประเทศมาโดยตลอด |
|
|
ร่วมแสดงความคิดเห็นกับจาก
Entrance สู่ Admission ได้ที่นี่
|