|
เจาะลึกคณะแพทยศาสตร์
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมเสนอเรื่องราวของคณะวิศวกรรมศาสตร์แบบ
เจาะลึกจากพี่ๆวิศวะทั่วประเทศ มีmailเรียกร้องเข้ามาทันทีครับ จากบรรดานักเรียนที่อยากเข้าแพทย์
ว่าอยากให้มีเรื่องหมอๆบ้าง เอาแบบยิงตรงจากนักศึกษาแพทย์ทุกมหาวิทยาลัย
ความจริงเรื่องเรียนหมอนี่ยังไงก็ต้องเขียนครับ
เพราะเป็นคณะที่อยู่ในใจของนักเรียนจำนวนมาก ถ้าเรียนเก่ง คะแนนสูงพอ
ก็มักจะเลือกแพทย์ บางคนสอบ2-3ปีก็ยอม นักเรียนมอหกโรงเรียนไหนสอบเข้าแพทย์ได้มากก็จะเป็นที่เชิดหน้าชูตาให้ครูและโรงเรียน
คะแนนของการสอบentranceเข้าคณะแพทย์จึงมักจะสูงที่สุดในประเทศ เป็นอย่างนี้มาทุกยุคทุกสมัยครับ
ตอนที่ผมเรียนมัธยม(รร.สวนกุหลาบ)มีเพื่อนที่เรียนเก่งมากไม่ได้คิดจะเป็นหมอ
แต่ยังต้องไปสอบเข้าแพทย์จุฬา เพื่อจะได้มีชื่อเป็นที่หนึ่งประเทศ
และก็ติดเป็นที่หนึ่งตามคาด แต่ไม่ได้เรียนหรอกครับ สละสิทธิ์ และไปเรียนวิศวะที่อเมริกา
ดูเหมือนว่าการสอบเข้าแพทย์จะกลายเป็นค่านิยมของนักเรียนไทยมาโดยตลอด
เคยมีผู้ปกครองท่านหนึ่งมาขอคำปรึกษาว่าลูกเรียนเก่งมากและจะสอบเข้าหมอแต่ไม่อยากให้ลูกเรียนหมอ
จะทำอย่างไรดี ผมก็ถามไปว่าทำไมถึงไม่อยากให้ลูกเรียนหมอล่ะครับ ท่านก็ตอบว่าตัวท่านและภรรยาเป็นหมอทั้งคู่
ไม่คิดว่าลูกจะอยากเรียนจริงๆหรอก เพราะเรียนก็หนัก จบมาก็ทำงานหนักมาก
แต่คงเป็นเพราะค่านิยม ผมก็เลยแนะนำให้พาลูกไปทำงานด้วยทุกวัน ดูงานที่ทำสักสองสัปดาห์แล้วถ้าแกอยากมีชีวิตการงานอย่างนี้ก็แสดงว่าแกชอบของแกจริงๆครับ
นักเรียนที่คิดจะเรียนแพทย์ลองฟังความเห็นและมุมมองของพี่ๆคณะแพทย์ดูนะครับ
เผื่อจะได้ทบทวนว่าที่เราชอบ ที่เราสนใจ จริงๆ แล้วเป็นอะไร เลือกเรียนที่ตนเองชอบดีที่สุดครับ
แพทยศาสตร์จุฬาฯ
การเรียนแพทย์
เรียนไม่ยาก แต่เราต้องใช้ความเข้าใจมาก ๆ พยายามค้นคว้าหาอ่านเพิ่มเติม
ต่างจากม.ปลายโดยสิ้นเชิง เวลาพักผ่อนหาได้น้อย ก่อนจะเข้ามาให้คิดตัดสินใจอีกทีว่าเราอยากเป็นจริง
ๆ หรือเปล่า ไม่ใช่เพราะกระแสหรือพ่อแม่ ที่จุฬาฯ พี่คิดว่าไม่ค่อยแข่งกันเรียน
ช่วยกันด้วยซ้ำ เอาเป็นว่าคิดให้ดี แล้วตั้งใจ คงไปเส้นชัยแน่นอน
แพทย์ธรรมศาสตร์
การเรียนแพทย์หนักมาก
หนักกว่าเอ็นทรานซ์หลายเท่า (ไม่ได้ขู่นะครับ) ถ้าสอบเข้าแพทย์ได้แล้วก็ต้องเตรียมใจรับภาระการเรียนอันหนักอึ้งไว้ให้ดีล่ะครับ
แพทย์เรียนหนักกว่าคณะอื่นทุกคณะแน่นอน แถมใช้เวลามากกว่าคณะอื่นด้วย
เรียนแพทย์จบปริญญาตรีได้ก็เท่ากับจบปริญญาโทคณะอื่นนั่นแหละ เมื่อก่อนเราก็เคยคิดว่าสอบเข้ามาได้แล้วก็คงเรียนได้ไม่มีปัญหา
แต่ความจริงมันไม่ใช่อย่างนั้นเลย ลองคิดดูเล่น ๆ สำหรับคนที่อยากเรียนแพทย์นะครับ
มีแต่คนเก่ง ๆ ระดับ 3.5 ขึ้นมาเรียนทั้งนั้น แถมตัดเกรดอิงกลุ่มอีก
อะไรจะเกิดขึ้น ถ้าไม่เก่งจริงมีความรู้จริงละก็อาจเปอร์หรือถูกรีไทร์ได้ง่ายมาก
ๆ เลย (มีเยอะด้วย บางคนใช้เวลา 7-8 ปีหรือมากกว่านั้น เคยมีถึง 12
ปี ด้วย กว่าจะเรียนจบหลักสูตร 6 ปีของแพทย์ได้) ถ้าจะเรียนแพทย์ได้ละก็ต้องเก่งวิชาท่องจำมากเป็นพิเศษ
เช่น วิชาชีววิทยาอันดับแรกเลย ชีววิทยาสาขาต่าง ๆ ที่นักศึกษาแพทย์เรียนกันไม่ใช่ง่าย
ๆ เหมือนตอน ม. ปลาย เลยนะครับ ลึกกว่านั้นมาก เรียนกันถึงระดับเซลล์
เนื้อเยื่อ ต่อม อวัยวะทุกอย่างทุกระบบ พยาธิสภาพต่าง ๆ เชื้อโรคต่าง
ๆ อีกนับเป็นพัน ๆ ตัว (ต้องจำชื่อเชื้อโรค ชื่อเซลล์ เส้นเลือดเส้นประสาททุกเส้นในร่างกาย
แขนงต่างๆ อวัยวะที่ไปเลี้ยง ตำแหน่งหน้าที่ ความผิดปกติ สาเหตุต่าง
ๆ ชื่อยาที่ใช้รักษาโรคแต่ละโรคอีกเป็นร้อย ๆ ชื่อ ฯลฯ) แค่นี้ก็เหนื่อยแล้วล่ะครับ
ถึงได้บอกไงครับว่ายาก ถ้าจะเรียนตามเพื่อนหรือเพราะค่านิยมของสังคม
พ่อแม่อยากให้เรียน หรือเพียงเพราะคะแนนถึง ก็อย่าเรียนเลยครับ สงสารคนไข้ตาดำ
ๆ คนจะเรียนแพทย์ได้ต้องมีความเสียสละมาก ๆ แล้วก็ความรู้ต้องแน่นด้วย
แพทย์ศิริราช
พี่อยากให้น้องคิดดี
ๆ ก่อนนะอย่าตัดสินใจเพราะคนรอบข้างหรือตามค่านิยม เพราะถ้าน้องไม่รักจะเรียนจริง
ๆ น้องจะลำบาก เข้ามาแล้วมันไม่ได้เรียนง่าย ๆ นะ น้องต้องขยันมาก
ๆ เลยล่ะ ยากกว่าเอ็นท์อีกหลายเท่า อ้อ!ได้ยินว่าปีนี้ SI (แพทย์ศิริราช)
จะรับคนน้อยลงนะ จากเดิมรับประมาณ230 (โควตา+ Ent') จะเหลือรับแค่180คน
ส่วนโครงการแพทย์บรมราชนก ไม่มีสอบเอ็นท์หรอก มีแต่โควตา จะเรียนรวมกัน
กับ หมอ รามา หมอ กรุงเทพ และ ก็หมอพีไอ ตัดเกรดด้วยกัน เรียนรวมกัน
สามปี ปีที่สี่แยกไปเรียนที่ โรงพยาบาลศูนย์ ของแต่ละศูนย์ พี่รู้แต่ว่า
ศูนย์นครสวรรค์ ซึ่งมีจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี พวกนี้จะเรียนกันที่
รพ. สวรรค์ประชารักษ์ ส่วนศูนย์อื่น ๆ เค้าก็แยกย้ายกันไปเรียนที่จังหวัดตัวเอง
ได้รับปริญญา เหมือน หมอที่เรียนที่ ศิริราช รามา กรุงเทพ ทุกอย่าง
แต่เครียดน้อยกว่า เพราะว่าสังคมมันต่างกัน พี่ว่ามันก็ดีนะ เพราะว่าเวลาน้องจบแล้วน้องสามารถกลับไปทำงานในจังหวัดของน้องเอง
ไม่เหมือน รามา
ศิริราช ต้องออกไปไกล ๆ เลือกไม่ได้ ถามว่าเรียนหนักมั้ย หนักสิน้อง
จะให้เรียนเบาเหมือนวิชาชีพอื่น ๆ ก็ไม่ใช่หมอแล้ว น้องคงไม่ได้หวังจะมาเรียนอย่างสบาย
ๆ เหมือนคณะอื่นหรอกนะ ??
แพทย์รามา
หอพักแพทย์
ไม่มีแอร์ครับ อบอุ่นจนร้อนครับบางทีแต่ช่วงนี้ฝนตกบ่อยไม่ร้อนเท่าไรครับ
คอมมีให้ใช้เหลือเฟือเลยครับ ส่วนปีหนึ่งเรียนที่ศาลายา หอก็เล็กครับ
แต่ว่าดีมากครับ อยู่แล้วจะไม่อยากออกจากศาลายาเลยครับ
เรื่องเครียดไหม ก็คงเครียดเหมือนกันครับตอนใกล้ ๆ สอบแต่ว่าตอนไม่ใกล้
ก็ไม่เครียดนะครับ สนุกดี เพื่อนก็เฮฮาดี
ศิริราชก็คล้าย ๆ กับรามาแหละ ครับ เพียงแต่ว่า มันคนละชื่อ เรียนคนละที่กัน
แค่นั้นเอง จะว่าไปจะบอกว่าที่ศิริราชเครียดกว่าก็ถูกครับ แต่ก็ไม่ได้เครียดถึงขนาดที่จะทนกันไม่ได้
ด้วยความที่มันถูกกล่าวขานมานาน มันเลยเป็นอะไรที่เครียดกว่า แต่ จะเรียนหมอที่ไหนก็เครียดทั้งนั้นครับ
มันขึ้นอยู่กับว่า เรานั้นแหละที่จะควบคุม และ แก้ไขปัญหาอย่างไร
แพทย์พระมงกุฏ
เรียนที่เกษตร
ตอนปีหนึ่ง ปีสองข้ามฟากมาเรียนที่ วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฏเกล้า.
ต้องอยู่ประจำ แต่อนุญาตให้กลับเสาร์ อาทิตย์ ไปเยี่ยมบ้านได้ถ้าได้รับการอนุญาต
และไม่ติดภารกิจใด ๆ โดยทั่วไปจะคล้ายกับนักเรียนเหล่าทั่วไป ไม่ต้องห่วงเรื่องการอยู่
กิน หรือการฝึก ความยากลำบากใดๆ ปีสอง ปีสาม ไว้ผมยาวเท่านักเรียนเหล่า
ปีสี่ขึ้นไปไว้ผมรองทรง ใส่เสื้อกาวน์สั้น ส่วนหญิงก็ไว้ตามเหมาะสม
แต่งตัวเหมือนกัน. เว็บเพจคือ http://www.pmk.ac.th กระบี่สั้น ประดับเฉพาะชาย
หญิงไม่มี หอพักมี 7 ชั้น ชั้นบนสุดเป็นกิจกรรม นอนก็ตามปกติ สองคนต่อห้อง
ห้องน้ำแยกออกไปต่างหาก ฝึกทหารก็เข้มข้นกว่า รด. แต่ก็เบากว่า จปร.
แต่จะมีระเบียบปฏิบัติประจำ ( รปจ. ) เหมือนอย่างโรงเรียนทหารทั่วไป
ไม่เหมือนพลเรือน โดยเฉพาะนักเรียนแพทย์ ปี 2-3 จะเคร่งครัดหน่อย พอปี
4-5-6 จะสบายขึ้น แต่จะไปหนักเรื่องดูแลคนไข้และการเรียน เหมือนนักศึกษาแพทย์ทั่วไป
มีอาหารกินฟรี และมีเบี้ยเลี้ยง ไม่ต้องเดินทาง มีทุนสำหรับนักเรียนเรียนดีในแต่ละสาขาวิชา
แพทย์กทม.วชิรพยาบาล
การจัดการเรียนการสอนระดับพื้นฐานทั่วไป
และระดับปรีคลินิคอยู่ในความรับผิดชอบร่วมกันระหว่าง วิทยาลัยฯ และ
มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 1 จะอยู่ระดับพื้นฐานทั่วไป
ทางสังคมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ร่วมกับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยมหิดล
ที่ศูนย์ศาลายา จ.นครปฐม ต่อจากนั้นในชั้นปีที่ 2 และ 3 ภาคต้น จะศึกษาระดับปรีคลินิค
ร่วมกับนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ในความรับผิดชอบของคณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล
วิทยาเขตพญาไท
สำหรับการจัดการเรียนการสอนในชั้นปีที่
3 ภาคปลาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการศึกษาระดับปรีคลินิค รวมทั้งการศึกษาระดับคลินิค
ใน ชั้นปีที่ 4-6 นั้น อยู่ในความรับผิดชอบในการจัดการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานคร
ซึ่งทางวิทยาลัยฯ ได้อาศัยวชิรพยาบาลเป็นฐานการเรียนการสอนทางคลินิค
รวมทั้งมีแพทย์จากกลุ่มงานต่าง ๆ ของวชิรพยาบาลเป็นอาจารย์ผู้สอนโดยการจัดการเรียนการสอนร่วมกับ
คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ส่วนนักศึกษาชั้นปีที่ 6
จะมีการศึกษาดูงานที่โรงพยาบาลในสังกัด สำนักการแพทย์ ได้แก่
โรงพยาบาลกลาง, รพ. เจริญกรุงประชารักษ์, รพ. ตากสิน, รพ. หลวงพ่อทวีศักดิ์ฯ
และศูนย์บริการสาธารณสุขของสำนักอนามัย เมื่อนักศึกษาแพทย์ของวิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาลเรียนสำเร็จตามหลักสูตร
แพทยศาสตร์บัณฑิตแล้ว จะได้รับปริญญาแพทยศาสตร์บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยมหิดล
และต้องเข้าสู่ระบบการจัดสรรนักศึกษาวิชาแพทย์ ของคณะกรรมการจัดสรรนักศึกษาวิชาแพทย์
ผู้ที่สำเร็จการศึกษาจะไปปฏิบัติงานในส่วนของทางราชการ หรือองค์กรของรัฐบาลต่าง
ๆ ซึ่งเป็นคณะกรรมการในความรับผิดชอบ ของสำนักคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน
แพทย์รังสิต
คณะแพทยศาสตร์
ม.รังสิต เปิดรับสมัครนักศึกษา 2 ทางคือ ผ่านทบวงมหาวิทยาลัย(ใช้คะแนนสอบเอนทรานซ์)
50 คน และผ่านการสอบคัดเลือกโดยมหาวิทยาลัยเป็นผู้จัดสอบเองอีก 50
คน รายละเอียดอื่น ๆ รอบผ่านทบวง ต้องมีคะแนนในวิชาหลัก 7 วิชาไม่ต่ำกว่า
35 % ทุกรายวิชา สถิติคะแนนต่ำสุดของปี 2544 คือ 399.75 คะแนน คะแนนดังกล่าวได้รวมค่า
GPA กับ PR แล้ว รอบมหาวิทยาลัยจัดสอบเอง จะรับสมัครประมาณวันที่ 6
เม.ย.2545 จนถึงวันที่ 10 พ.ค.2545 สอบข้อเขียน7 วิชาหลักวันที่ 11-12
พ.ค. 2545 วันและเวลาดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ส่วนค่าใช้จ่ายในการเรียนปี
1- ปี 3 จะใช้ประมาณเทอมละ 30,000 - 50,000 บาท ปี 4 - ปี 6 เทอมละ
120,000 - 150,000 บาท พอเรียนสำเร็จจะต้องสอบใบประกอบโรคศิลป์ ซึ่งจะสอบ
2 ครั้ง คือ ช่วงปี 3 ขึ้น ปี4 อีกครั้งหนึ่งจะสอบในช่วง ปี 6 การเรียนจะเรียนปี
1- ปี 3 เทอม 1 ที่คณะวิทยาศาสตร์ ม.รังสิต และจะเรียนปี 3 เทอม 2
ที่โรงพยาบาลพญาไท จากนั้นจะเรียนปี 4-ปี 6 ที่โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลเด็ก
ใน
www.eduzones.com
มีพี่ๆจากทุกคณะมาร่วมเจาะลึกกันทุกวันสนใจคณะไหนก็ลองแวะไปคุยนะครับ
ช่วงนี้ยิ่งคึกคักเพราะใกล้เทศกาลเลือกคณะ สอบถามหรือเสนอความคิดเห็น
ได้ที่ wiriya@eduzones.com
อ. วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์
ร่วมแสดงความคิดเห็นกับบทความเรื่อง เจาะลึกคณะแพทยศาสตร์
ได้ที่นี่ค่ะ
|