|
อ่านอย่างไรให้จำ
การอ่านหนังสือให้เก่งนั้นต้องอ่านบ่อย
ๆ อ่านทุกวัน อ่านจนเป็นนิสัย อย่างที่เรียกว่า อ่านทุกอย่าง ที่ขวางหน้า
อ่านแม้กระทั่งถุงกระดาษใส่ขนมก็แกะออกมาอ่าน ซึ่งที่จริงก็มีหลักในการอ่านเป็น
หลักง่าย ๆ ว่าจะต้องหาคำตอบจากที่อ่านให้ได้ 6 จุด คืออ่านแล้วตอบคำถามได้ว่า
ใคร อะไร ที่ไหน เมื่อไร ทำไม และอย่างไร ตามสูตรภาษาอังกฤษว่า
5W 1H คือ Who What Where
When Why และ How
หากตอบคำถามเหล่านี้ได้
แสดงว่าอ่านแล้วจำได้และเข้าใจเรื่องที่อ่านแล้ว เป็นการพัฒนาการอ่าน
ในระดับหนึ่ง
หลักการอ่านอีกหลักหนึ่งที่จะช่วยให้อ่านหนังสือได้เก่งก็คือ
SQ 3R หมายถึง
Survey เป็นการอ่านสำรวจตั้งแต่ดูคำนำ
สารบัญ เพื่อตรวจจุดมุ่งหมายของผู้เขียน ดู ขอบข่ายเนื้อหาของหนังสือ
แล้วลองพลิกอ่านสำรวจไปทั้งเล่ม เพื่อสำรวจความสนใจและช่วยประหยัดเวลา
ในการอ่านหนังสือของเราได้มาก
Question
ก่อนอ่าน ควรตั้งคำถามถามตัวเองก่อนว่าจะอ่านหนังสือเพื่ออยากรู้อะไร
อ่านทำไม เพื่ออะไร เป็นการตั้งจุดประสงค์ในการอ่านของเรา
Read หลังจากสำรวจจนเกิดความสนใจในหนังสือเล่มนั้นหรือเรื่องนั้น
และมีจุดประสงค์ในการ อ่านแล้ว จากนั้นให้อ่าน ๆ ๆ ๆ แต่ต้องอ่านอย่างมีความสุข
อ่านอย่างคนหิวกระหาย หากเกิดความรู้สึกเบื่อ ให้หยุดพักสายตาหรือเปลี่ยนอิริยาบถ
แล้วกลับมาอ่านต่อทันทีที่ได้พักเพียงพอแล้ว การอ่านมากจะช่วยเก็บ
ความรู้จากการอ่านจนตกเป็นผลึกแห่งความรู้ ทำให้สติปัญญาแตกฉาน รู้เท่าทันปัญหาของชีวิตและสังคมได้
Recite การจดจำ
โดยอาจถามตนเองจากสูตร 5W 1H ก็ได้ และถ้าหากกลัวจะจำได้ไม่หมด ให้
จดเอาไว้จำด้วย จะช่วยให้ผู้อ่านเก็บมวลแห่งความรู้ได้นานเท่าที่ต้องการ
Review อ่านทบทวนด้วยตนเอง
หากเป็นเด็กเล็กสักหน่อย พ่อกับแม่จะเข้ามามีส่วนช่วยลูก โดย นั่งคุยกับลูกถึงสาระในหนังสือเล่มที่ลูกอ่านได้เป็นอย่างดี
แต่พ่อกับแม่ควรอ่านหนังสือเล่มนั้นล่วงหน้า จะ ทำให้การทบทวนเป็นไปอย่างได้ผล
การจะเป็นนักอ่านที่มีประสิทธิภาพ
ต้องอาศัยปัจจัยหลายประการ เริ่มตั้งแต่ ประสบการณ์การอ่าน ความพร้อม
วุฒิภาวะ สติปัญญา อารมณ์ขณะที่อ่าน ฯลฯ หาก ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งจากบ้านและโรงเรียน
ก็จะถึงขั้นสุดท้ายของการ พัฒนาการอ่าน คือ การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ
อันเป็นเป้าหมายของการพัฒนา คุณภาพของคนในยุคโลกาภิวัฒน์ เพราะผู้ที่มีคุณสมบัติในการอ่านขั้นนี้จะมีความ
สามารถในการหาเหตุผลเชิงตรรกะ และนำไปบูรณาการที่ก่อประโยชน์มากมายใน
การดำรงชีวิตประจำวัน เราจะพบบุคคลที่มีชื่อเสียงในทางการเมือง เศรษฐกิจ
สังคม ฯลฯ หลายคน ประสบความสำเร็จ มีชื่อเสียง โดยไม่เกี่ยวข้องกับสาขาที่ได้เรียนมา
หากวิเคราะห์ เบื้องหลังความสำเร็จนั้นล้วนย่อมเกิดจากการอ่านที่มีประสิทธิภาพนั่นเอง
คราวนี้ก็มาถึงการแนะนำเทคนิคการอ่านหนังสือจากเพื่อน
ๆ ที่ส่ง mail เข้ามานะคะ จากน้อง พิมพ์ธีรา วิสูง จะมาแนะแนวทางปฏิบัติ
เพื่อทำการสอบให้สบายและได้เกรดดี ๆ ค่ะ
1. วางแผนการเรียนที่ดี
คือ การจัดตารางเวลาที่เหลือทุกวันหลังเลิกเรียน โดยการอ่านหนังสือทบทวนสิ่งที่เรียนมาในแต่ละวัน
เพื่อเป็นการเตรียมตัวระยะยาว
2. ติวกับเพื่อน
คือ โดยการนัดกลุ่มเพื่อนกลุ่มหนึ่งที่มีความถนัดของแต่ละคนตามวิชาโดยใช้วิธีการถาม
แลกเปลี่ยนความรู้ที่มี
3. ข้อสอบเก่า ค้นหาข้อสอบเก่าในปีที่ผ่านมา
นำมาทำและดูแนวทาง โดยการจับประเด็นว่าข้อสอบจะมุ่งถามในประเด็นไหน
4. สิ่งที่ค้างคาใจช่วงก่อนสอบ
หากพบว่ามีวิชาไหนหรือบทเรียนไหนไม่เข้าใจให้นำไปสอบถามอาจารย์ประจำวิชา
เพื่อรับการ อธิบายอย่างถูกต้อง
5. ทบทวนคละวิชา
จัดวิชายากง่ายในแต่ละวันสำหรับการอ่านและการทบทวน อย่าจัดวิชายากๆ
2-3 วิชาติดกัน เพราะจะ ทำให้สมองรับข้อมูลมากเกินไป
6. ขจัดความเครียด
ในช่วงใกล้สอบควรมีกิจกรรมบันเทิงบ้าง ไม่ใช่โหมอ่านหนังสืออย่างหนักจนหัวฟู-ตาโบ๋
ขอให้ทบทวน อย่างสบายๆ
It is better to write a thing down than to trust
memory.
จดบันทึกลงไปดีกว่าจดจำไว้กับความทรงจำ
ที่มา : www.maceducation.com.
ร่วมแสดงความคิดเห็นกับบทความเรื่อง "อ่านอย่างไรให้จำ"
ได้ที่นี่ค่ะ
|