นานาสาระ

รัก!ในวัยเรียน

                 วันนี้ ผมขออนุญาตพูดถึงเรื่องที่ฟังดู (อาจจะ) ไร้สาระ สำหรับนิตยสารเพื่อการศึกษาเล่มนี้สักหน่อยเถอะครับ…เพราะผมคิดว่า เรื่องที่ผมจะพูดถึงนี้…เป็นเรื่องที่นิสิต นักศึกษา รวมไปถึงนักเรียนส่วนมากจะให้ความสำคัญกับมันไม่น้อยไปกว่าเรื่องเรียนทีเดียวครับ…เรื่อง ๆ นั้นก็คือ..เรื่องของความรัก.…                 
                หลังจากที่ผมได้เข้าไปดูบอร์ดความคิดเห็นต่าง ๆ ของนักเรียน นักศึกษา ในเว็บไซต์ www.eduzones.com เพียงแค่ผม คลิ้ก เพื่อ "SCAN" ดูหัวข้อกระทู้ที่เด็ก ๆ ตั้งขึ้นมาถามความคิดเห็นเพื่อน ๆ ที่ (คาดว่า น่าจะ..) อยู่ในวัยใกล้ ๆ กันนั้น พบว่า มีกระทู้จำนวนมากที่เป็นแง่คิด มุมมองในเรื่องของ "ความรัก" เช่น"ผิดไหมที่มีรักในวัยเรียน", "ชีวิตนี้ใครไม่มีแฟนบ้าง", "ผู้หญิง ใ นสเปคของ นักศึกษาชาย" หรือ "ผู้ชาย ในสเปคของ นักศึกษาหญิง" ฯลฯ แถมกระทู้ที่ดูเหมือนไม่มีสาระเหล่านี้ มียอดผู้เข้าชมและแสดงความคิดเห็นทะลุเป้าเกือบทุกรายการนะครับ!
ความไม่มีสาระก็เลยกลายเป็นสาระของบทความวันนี้ครับ
                การที่นิสิต นักศึกษา รวมไปถึงนักเรียนระดับชั้นมัธยมต้น และมัธยมปลาย ให้ความสำคัญกับเรื่องเพศตรง
ข้ามมากขนาดนี้ ดูเหมือนจะสร้างความหนักใจให้ผู้ปกครอง รวมไปถึงครูบาอาจารย์ไม่น้อยเลยนะครับ แต่ก็อย่างว่าล่ะนะครับ…เด็กนักเรียน และนักศึกษานี้กำลังอยู่ในช่วงของวัยรุ่น ซึ่งเป็นวัยที่อยากรู้ อยากเห็น และอยากลองไปเสียทุกอย่าง เพราะฉะนั้น ก็คงยากล่ะครับที่จะให้เด็ก ๆ มาเชื่อฟังคำตักเตือน หรือห้ามปรามของ ผู้ปกครอง และครูอาจารย์ที่มักจะคอยเตือนเสมอ ๆ ว่า "อย่าริมีรักระหว่างเรียน" หรือ เรียนให้จบก่อนนะลูก ..แล้วค่อยมีแฟน" …ประโยคเหล่านี้…ผมเชื่อครับว่า ถ้าเด็กคนไหนได้ฟังแล้ว..คงรู้สึก "เซ็ง" ไปได้ไม่น้อยเลยล่ะครับ….แล้ว ผู้ปก-ครองก็อาจจะได้ยินประโยคที่ว่า "ออกไปติวหนังสือกับเพื่อนนะแม่…." หรือ "มีเรียนพิเศษน่ะค่ะ"….ฯลฯ กันบ่อย ๆ โดยที่ไม่นึกเฉลียวใจสักนิดว่า อ้าว! ลูกฉัน..มีแฟนแล้วเหรอเนี่ย!! แล้วก็มารู้ตัวอีกทีก็ตอนทีเจ้าลูกชายจูงมือสาวน้อยท้องโย้ที่ไหนมา..แล้วบอกว่า.."ในท้องนี่..ลูกผมครับ" หรือ ตามไปเจอลูกสาวพักอยู่ในห้องเดียวกับผู้ชายเสียแล้ว
                 หน้าที่สำหรับครูและผู้ปกครองวันนี้คือต้องเข้าใจในความคิดอ่านของพวกเขา และเป็นที่ปรึกษาให้เขาได้พร้อมเป็นที่พึ่งพาและชี้นำอย่างเข้าใจกัน
บอร์ดในเว็บไซต์ www.eduzones.com ก็เป็นแหล่ง ๆ หนึ่งที่ผู้ปกครองสามารถเข้ามาอ่าน และ รับทราบเรื่องราวความคิดเห็นของเด็ก …ทราบเรื่องที่อยู่ในความสนใจของเด็ก…และทราบว่าเด็ก ๆ สมัยนี้มีมุมมองต่อเรื่องต่าง ๆ อย่างไรกันบ้าง ฯลฯ ซึ่งบางที สิ่งที่ผู้ปกครองหรือผู้ใหญ่อย่างเรา ๆ หวาดกลัวว่า เด็กจะรับเอาวัฒนธรรมต่างชาติมามากเกินความพอดีไป แล้วละทิ้งวัฒนธรรมอันดีงามของไทยไปนั้น อาจจะไม่เป็นความจริงก็ได ้…เพราะฉะนั้น..หากว่าผู้ปกครองท่านใดที่อ่านเจอบอร์ดแสดงความคิดเห็นที่หลาย ๆ ท่านอาจคิดว่าเป็นบอร์ดไร้สาระ…ก็น่าจะอ่านไว้บ้างนะครับ เพื่อรับรู้ถึงความเป็นไปของเด็ก ๆ ว่าเดี๋ยวนี้เด็ก ๆ เขามีทัศนะอย่างไรกันบ้าง…ผมจะลองยกตัวอย่างกระทู้ ๆ หนึ่งที่เป็นหนึ่งในหลายกระท ู้ที่มีเนื้อความเกี่ยวข้องกับ "ความรัก" ซึ่งมีทั้งผู้เข้าชมและผู้ตอบเป็นจำนวนมาก…นั่นก็แสดงว่า..เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของวัยรุ่นวุ่นรักกันจริง ๆ เลยล่ะครับ…กระทู้ที่ผมว่านี่ก็คือ "ผู้หญิง ในสเปคของนักศึกษาชาย" และ "ผู้ชาย ในสเปค ของนักศึกษาหญิง"
                  แหม..แค่เห็นชื่อกระทู้แล้ว..พวกผู้ใหญ่หลาย ๆ คนอาจเห็นว่า…"เอ้อ….ไร้สาระกันจริง ๆ เลยนะเนี่ย!" ใช่ไหมล่ะครับ..แต่เด็ก ๆ เขาไม่คิดกันแบบนั้นหรอกนะครับ..ลองมาดูกันครับ..ว่าเด็ก ๆ เขาคิดเห็นอย่างไรกับกระทู้ 2 กระทู้นี้กันบ้าง…ขอผมเริ่มที่กระทู้ที่ว่าด้วย "ผู้หญิง สเปคของนักศึกษาชาย" กันก่อนนะครับ
                 เกือบทุกคำตอบของกระทู้จะต้องตอบว่า "น่ารัก"…และ "ขาว" ครับ ลองดูวิธีการตอบของเด็กสมัยนี้เขากันนะครับ…
"อาท" เขียนตอบกระทู้นี้ไปว่า "ผมก็ชอบที่ดูน่ารัก ขาว" "อ้น" ก็ยังคง "คอนเซ็ป" ขาว และน่ารัก ได้อย่างเหนียวแน่น "ขาว หมวย อึ๋ม เซ็กซี่ ขี้เล่น และเอาใจ"
หรือ "ขาว หมวย เก่ง ร่าเริง นิสัยเข้ากะคนอื่นได้พอ" ที่เป็นความคิดเห็นของ "เว่อร์" นี่เป็นเพียงแค่ตัวอย่างที่มองว่า ผู้หญิงในสเปค นักเรียน นักศึกษาสมัยนี้ คือ ขาว และน่ารัก แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นนะครับ ที่เหลือยังมีอีกมากครับ….
                 จากมุมมองที่เด็กชายมองเด็กหญิงแบบนี้นั้น ก็แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนเลยนะครับว่า เด็ก ๆ ในวัยเรียนนี้ จะมองหรือเลือกคบเพื่อนหญิงที่รูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น ไม่มีการมองลึกลงไปถึงนิสัยใจคอ หรือจิตใจต่าง สักเท่าไหร่ เพราะฉะนั้น ก็อาจกล่าวได้ว่า ความรักที่มองจากรูปลักษณ์ภายนอกของเด็ก ๆ นั้น เป็นความรักเพียงแค่ฉาบฉวย..ไม่ได้คิดจริงจังอะไร…
                  แต่ก็มีความคิดเห็นบางส่วน ที่ยังให้ความสำคัญกับจิตใจ หรือสิ่งที่อยู่ภายในมากกว่า ลองมาฟังความคิดเห็นกันนะครับ…
"สวยไม่สวย..ทำไมไม่ดูที่นิสัย??? สวยหน้าตา ไม่นานหรอก สวยด้วยนิสัย ยังไงมันก็สวย" จาก ผู้ใช้นามว่า "- - - - -" เสนอความเห็นมา
หรือ "SIIT TU" เสนอความเห็นว่า "พูดกันรู้เรื่อง คุยสนุก เข้าใจเรา ก็ไม่จำเป็นต้องสวยมากถึงขนาดคนอื่นชม (เดี๋ยวมันแย่ง) แค่สวยในสายตาเราก็พอ การบ้านการเรือนนิดหน่อย ทำอาหารเป็น ผู้หญิงสมัยนี้ไม่ค่อยเป็นกันเล้ย…แต่เราเจอแล้วล่ะ…แต่ไม่กล้าเข้าไปคุย เค้าอยู่คณะ…"
"เป็นผม…ก็ขอแบบน่ารัก ขาว นิสัยดี เรียบร้อย ที่สำคัญเลย ต้องรักผมจริง เค้าจะเป็นคนที่ทำให้ผมไม่อาจไปรักใครได้เลย" จาก "bluesky.blu@chaiyo.com"
                  รู้มุมมองของนักเรียน นักศึกษาชายในการมอง "ผู้หญิง" ไปแล้วนะครับ..ลองมองมุมกลับบ้างนะครับ ว่า นักเรียน หรือนักศึกษาหญิง จะมอง "ผู้ชาย" ตรงไหนกันบ้าง จากกระทู้ "ผู้ชาย ในสเปคของคุณ ในฐานะ นักศึกษาสาว เป็นยังไงครับ".. ครับ…
                  "ตอนนี้เหรอ…ขอแค่เป็นผู้ชายเต็มตัว พูดจากันรู้เรื่อง มีความคิด พอละ" จาก "ต้นหอม" "ตั๊ก" กล่าวว่า "ขาว ตี๋ สูง สมองดี น่ารัก เป็นคนดี ชายเต็มตัว (ขอเน้นนะ)" "คนน่ารัก" ให้ความคิดเห็นว่า "สูง ขาว ตี๋ หน้าตาดี ไม่เป็นกะเทย" "สัมเปรี้ยว" มองว่า "ไม่ต้องหล่อ แต่ต้องตี๋ ๆ ใช่เลย ขาว สูง นิสัยใช้ได้ และที่สำคัญมากๆๆๆๆๆ ต้องเป็นแมนจริง ๆ นะฮะ..มันจะมีอยู่ในประเทศไทยไหมเนียะ" หรือที่ "สุดสวย" เห็นว่า "สเปค" ชายนั้น ต้อง "ขอแค่ผู้ชาย 100%"
                  เท่าที่ผมอ่าน ๆ ดู..ผมจะพบว่า "สเปคชาย" ในสายตานักเรียน และนักศึกษาหญิงนั้น มีหลาย ๆ คำตอบที่จะเน้นกันเหลือเกินครับ ว่า "ชายเต็มตัว" เหตุผลเพราะอะไรนั้น…ผู้ปกครองหรือผู้อ่านหลายท่านก็คงทราบกันดีล่ะนะครับ เดี๋ยวนี้…ความเบี่ยงเบนทางเพศมีให้เห็นกันมากเหลือเกิน…เพราะฉะนั้นมุมมองของเด็กหญิงที่มีต่อเด็กชายก็เลยเปลี่ยนแปลง โดยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอันดับต้น ๆ เลยล่ะครับ
                   และเท่าที่ผมอ่านดูทัศนคติของเด็กผู้หญิง..ผมก็รู้สึกว่า ความแตกต่างด้านการมองเพศตรงข้ามระหว่างเด็กหญิงและเด็กชายนั้น มีความแตกต่างกันอยู่เล็กน้อยนะครับ นั่นคือ เด็กผู้ชาย ส่วนมาก จะให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ภายนอกมาก ในขณะที่เด็กผู้หญิงให้ความสำคัญกับเรื่องรูปร่างหน้าตาเป็นอันดับรอง ๆ เท่านั้น ลองฟังความเห็นที่สนับสนุนคำพูดของผมกันดูนะครับ…
                   "สเปค" ชายในความคิดของ "น้องพี่เสกโลโซฮะ" คือ " ชายในสเปคเหรอ..รักจริง และมั่นคงมั้ง เข้าใจเรา ยอมรับในสิ่งที่เราเป็นได้ ไม่ต้องหล่อมากมาย เพราะหล่อเหลาก็โรยราได้ ที่สำคัญ ต้องเป็นคนที่เข้าใจโลก และชีวิต เป็นสุภาพบุรษเต็มตัว ไม่สูบบุหรี่หรือสิ่งเสพติด เป็นคนสู้ชีวิต และเข้มแข็ง หรือจะเหมือนพี่เสกโลโซก็ได้..แบบนี้จ๊าบมากเลย" หรือ " พลอย" กล่าวว่า " หน้าตาพอใช้ได้ ยิ้มเก่ง คุยสนุก แต่งตัวดี ๆ หน่อย เข้ากันได้ค่ะ"
"buykin" เสนอความเห็นแบบสั้น ๆ แต่ได้ใจความว่า "ขอแค่เป็นคนรักเดียวใจเดียว" เช่นเดียวกันกับ "ใหม่" ที่บอกว่า "เป็นคนที่รับผิดชอบในตัวเองได้ก็พอ และก็จริงใจด้วย" "คนเรณู" บอกลักษณะ ผู้ชายในสเปคไว้ว่า "มีความเป็นสุภาพบุรษพอ ขำขัน แล้วอีกอย่างหนึ่ง รักเดียวใจเดียว ไม่เกี่ยวข้องกับใครคนอื่นจ๊ะ"
"ต่างคนก็ต่างความคิดนะคะ ส่วนเราขอความเข้าใจ ปรึกษาปัญหาได้ ให้เป็นอิสระต่อกัน ให้เกียรติกัน เชื่อมั่นต่อกัน หน้าตาไม่ต้องหล่อมาก แค่ดูไม่เบื่อ สรุปแล้วว่า "หายาก" ตั้งใจเรียนต่อไปนะเรา" เป็นความเห็นจาก "เพ้อฝัน" ที่ฝากไว้ในกระทู้นี้…
                   จากที่ผมบอกว่า กระทู้ที่มีเนื้อหาโอนเอียงไปในทางเรื่อง รัก ๆ ใคร่ ๆ มักจะเป็นที่นิยมของเด็กวัยรุ่น ที่เข้ามาอ่านและแสดงความคิดเห็นกันอย่างหลากหลายนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่า เด็กนักเรียน นักศึกษาจะฝักใฝ่แต่เรื่องนี้เกินควรนะครับ…จริง ๆ แล้ว ผมเชื่อว่า เด็กทุกคนย่อมรู้หน้าที่ของตัวเองดีล่ะครับ ว่าหน้าที่ที่ตนควรทำคือ การเรียนหนังสือ ลองดูตัวอย่างความคิดเห็นที่รุ่นพี่เขียนเตือนสติน้อง ๆ กันนะครับ
                  "ในมหาลัย พวกน้องยังเด็กไปอ่ะ ตามสถิติแล้ว จะได้แต่งงานกันจริง เป็นแฟนในมหาลัยไม่น่าถึง 5% นะ นี่พี่บอกให้เอาบุญ กลับไปตั้งใจเรียนดีฝ่า ผู้หญิงชอบ เงิน มั่นคง และความรักจริง แต่หายาก ผู้หญิงดีส่วนใหญ่โดยผู้ชายเลวหลอกอ่ะ ผู้หญิงดีชอบชายเลยนะ พี่บอกให้ แต่ผู้ชายดี ดันได้ผู้หญิงเลว แล้วจะหาว่าไม่เตือน น้องๆๆๆๆๆกลับไปตั้งใจเรียน และทำงานให้ดีดีกว่า เดี๋ยวก็วิ่งเข้ามาชนเองอ่ะ" จาก "รุ่นพี่หวังดีฝ่ะ"
                  เป็นอย่างไรครับ พวกผู้ใหญ่อย่างเรา ๆ อาจจะอ่านคำตักเตือนนี้ได้ไม่ค่อยจะรื่นหูนัก…แต่นั่นก็เป็นวิธีการพูดคุยกัน ตักเตือนกัน ระหว่างเด็ก ๆ เค้ากันล่ะครับ…ผมอยากยกตัวอย่างอีกสักหนึ่งกระทู้นะครับ แต่กระทู้นี้ เป็นกระทู้ที่อาจถูกใจผู้ปกครองกันดีล่ะครับ ชื่อกระทู้ว่า "ชีวิตนี้ใครไม่เคยมีแฟนบ้าง" ลองมาฟังความคิดเห็นของเด็ก ๆ ต่อเรื่องนี้กันนะครับ
                  "123" ให้ความเห็นว่า "เราก็ไม่เคยมี ตอนนี้อยู่ปี 1 แต่ว่าไม่มีก็สบายใจดี ไม่ต้องมาทุกข์ ไม่ได้ปลอบตัวเอง แต่เราเห็นเพื่อนเราส่วนมาก ตอนคบกันใหม่ ๆ ก็ดีอยู่หรอ แต่อะไรก็ไม่แน่ไม่นอน ถ้าเจอคนที่ใช่มันก็มีเองแหละ" "คนผ่านประสบการณ์มาก่อน" ได้เล่าเรื่องราวชีวิตรักที่สามารถสะท้อนให้เห็นถึงความรักของวัยรุ่นให้บรรดาผู้ปกครองได้รู้กัน ดังนี้ครับ "ตอนนี้ก็อยู่ปี 2 แล้ว ที่ผ่านมานะ เราเคยมีคนมาจีบ ทั้งที่เราไม่ชอบ และก็ตกลงใจคบกันกัน คนที่คบกันเนี่ย เราคงจริงจังกับเค้าเกินไป ผิดอะไรนิดหน่อยก็เครียด จนรู้สึกว่า คบแล้วไม่สบายใจเลย ก็เลิก แล้วก็เป็นแบบนี้อีกตั้ง 5 ครั้งตลอด ตั้งแต่เจอความรักมาตอน ม.1 จน มหาลัยปี 2 รู้สึกว่ารู้ซึ้งถึงสัจธรรมเลย ว่าความรัก ไม่เป็นผลดี ช่วงที่เลิกกัน เราก็เครียด ไหนจะเรียน ปรับตัวปรับใจตั้งนาน กว่าจะหาย ตอนนี้ ก็ยังมีคนที่มาจีบอยู่เหมือนกัน แต่ขอเป็นเพื่อนไปก่อน รู้ว่าไม่มีแฟนก็เหงา แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ทำให้เราอยากหยุดสักพัก ทำใจ ให้ถึงเวลาพี่พร้อมจริง ๆ เรียนจบ มีงานที่ดีทำแล้ว ก็จะคบจริงจัง แล้วแต่งงานเลย ตอนนี้เป็นเพื่อนไปก่อน ก็ไม่รู้ใครเป็นแบบเราบ้าง แต่ชีวิตที่เป็นของเรา ช่างมีความสุขอะไรเช่นนี้ ไม่ต้องเป็นห่วงใคร หรือหึงใคร หรือต้องทะเลาะกับใครอีกแล้ว ก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนนะ ที่ตอนนี้ยังไม่แฟนจริงจังมากมาย"
                  ผมเชื่อครับ ว่าหลังจากอ่านความเห็นของ "คนผ่านประสบการณ์มาก่อน" นี่แล้ว ก็คงคิดไปว่าเด็กสมัยนี้โตเร็วจริง หรืออาจคิดไปไกลถึงว่า แก่แดด แก่ลม อยู่แค่ม.1 ก็มีแฟนเสียแล้ว แต่นั่น..ผมอยากให้ผู้ปกครองและผู้เกี่ยวข้องได้ทำใจและเข้าใจกันสักนิดนะครับว่า เดี๋ยวนี้อะไร ๆ ก็เปลี่ยนไป แล้วก็อย่างที่ผมบอกไปตอนต้นว่า เด็กสมัยนี้โตเร็วเพราะได้รู้ได้เห็นโลกที่กว้างขึ้นกว่าสมัยเรา ๆ เยอะ…ดังนั้น จึงไม่แปลกอะไรที่จะมีความรัก…
                   แต่เรา ในฐานะผู้ปกครองก็ควรที่จะให้ความเอาใจใส่ดูแล คอยสังเกตลูก ๆ และพยายามศึกษาหาข้อมูลหรือสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้าถึงกระบวนการด้านความคิดอ่านของลูกวัยรุ่นให้ได้มากที่สุด แล้วพยายามทำตัวเป็นที่ปรึกษาของเขา ไม่ใช่เป็น "นักออกกฎในบ้าน" ที่ห้ามนู่นห้ามนี่เสียจนเด็ก ๆ อาจไม่กล้าเล่าเรื่องในใจให้ฟัง ทำให้เรา..ที่เป็นผู้ปกครองไม่ทราบความเป็นไปของลูกตัวเอง ผมอยากเสนอให้พวกเราเฝ้ามองดูพวกเขาอยู่ห่าง ๆ ปล่อยให้พวกเขาได้ลองผิดลองถูกบ้างในทางที่ถูกที่ควร เพื่อเขาจะได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง…ส่วนพวกเรา ในฐานะผู้ปกครองหรือครูอาจารย์ก็ทำหน้าที่เป็น "ที่ปรึกษา" ที่พร้อมรับฟังเรื่องราว และให้คำแนะนำที่ดี ที่เด็ก ๆ รับได้ดีกว่านะครับ
อาจารย์วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์
wiriya@eduzones.com

ร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่อง รักในวัยเรียน ได้ ที่นี่