ครู และผู้ปกครองคิดยังไงกับ GPA & PR
                     จากเวบบอร์ดหัวข้อยอดฮิตของเรา ที่ว่า ให้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้ GPA & PR ในการสอบเอนทรานซ์ มีความคิดเห็นมากมายที่เราละทิ้งไม่ได้เลย รวบรวมมาแบ่งปันกันอ่านค่ะ หลายคนไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรง แต่ว่าก็มีเหตุผลประกอบนะคะ ไม่ได้ค้านหัวชนฝาท่าเดียว เราลองมาดูกันค่ะว่าพ่อแม่ และคุณครูของพวกเราเค้าคิดอย่างไรกันบ้าง ทุกความคิดเห็นล้วนเป็นห่วงเป็นใยอนาคตของเยาวชนทุกคนค่ะ
                     ส่วนใหญ่ก็ไม่เห็นด้วยมากนัก ก็ด้วยเหตุผลต่างๆนาๆ ลองมาดูความคิดเห็นแรกกันเลยค่ะ ฝากมาบอกจาก ผู้ปกครองคนหนึ่ง ว่า "เลิกใช้ระบบgpa pr เถอะ ถ้าจะใช้ก็ต้องมีข้อสอบกลางเป็นมาตรฐานในการวัดการเรียนการสอน ชึ่งก็ไม่ต่างกับการวัดโดยใช้ข้อสอบเอนทรานซ์เลย การสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็เช่นกันควรให้โอกาสนักเรียนปีละ 2 ครั้งก็พอแล้ว ไม่ใช่สอบแล้วก็เก็บคะแนนไปใช้ปีต่อๆไปได้อีก ทำให้คะแนนสอบสูงขึ้นไปเรื่อยๆ นักเรียนที่มีโอกาสสอบเป็นปีแรกก็จะเสียเปรียบ หรือคนที่เลือกคณะเรียนไปแล้วก็ควรจะใช้คะแนนเดิมอีกไม่ได้ ต้องเริ่มใหม่ จึงจะเรียกว่าแฟร์กับนักเรียนรุ่นใหม่ ที่เขียนมานี้เพราะมีประสบการณ์ ลูกสอบent 2คน ขยันทั้งคู่ อยู่โรงเรียนที่กดเกรด เรียนสพพ. คนแรกสอบปีแรกที่ใช้ระบบใหม่สอบได้อันดับ1ของ ม.มหิดล คนที่2 คะแนนสูงกว่าคนพี่อีกมาก แต่สอบเป็นปีที่ 3 ของการใช้ระบบใหม่ทำให้คะแนนสูงขึ้นไปอีกเลยได้ติดคณะในอันดับที่รองลงมา ยังโชคดีที่เขาทั้งคู่ก็ยังติดในคณะที่ต้องการ ขณะเดียวกันมีเพื่อนร่วมคณะที่ติดแล้ว สอบใหม่ ยึ่นคะแนนใหม่ต้องการเรียนให้ได้ในอันดับ1ในปีต่อไป ทั้งๆที่ก็เป็นสาขาวิชาเดียวกันนั่นเอง ทำให้มีที่ว่างในปีนั้นเหลืออยู่อีก 2 ที่ทั้งๆที่คนอื่นๆแย่งกันเข้าจะแย่ อย่างนี้ขอถามว่าใครจะรับผิดชอบ ไม่สงสารเด็กที่ตั้งใจเรียนกันบ้างหรือ คะแนน 1 หรือ 2 คะแนนก็มีผลต่อการติดหรือไม่ติดคณะที่ต้องการแล้ว " คนใต้คนหนึ่ง ฝากบอกว่า "ท่านรู้ไหม ใครเป็นคนผ่านระเบียบให้เอา gpa+pr 10% มาใช้ในการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย ตั้งแต่ปี 2542 เป็นต้นมา ทั้งๆที่ไม่ได้มีการประเมินประชาพิจารณ์
จากผู้ที่ได้รับผลกระทบเลยว่า มันยุติธรรมหรือไม่ กระบวนการปฏิบัติมันมีข้อบกพร่องตรงไหน
มันเกิดขึ้น ในเดือน มิ.ย. 2542 สมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ ที่นายชวน หลีกภัยเป็นนายกฯ ที่ชอบพูดว่าทุกคนต้องได้รับการปฏิบัติโดยเท่าเทียมกัน
ภายใต้กฏหมาย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริง เยาวชนแต่ละโรงเรียนได้รับการปฏิบัติไม่เท่ากัน เพราะต่างคนต่างออกข้อสอบประเมินผลเด็กกันเอง มาตรฐานก็เลยไม่เหมือนกัน แล้วจะเอาผลที่ได้มาคัดคนเข้ามหาวิทยาลัยได้อย่างไร ไม่รู้ว่านักกฏหมายระดับนี้คิดได้อย่างไร เสียชื่อสถาบันที่สอนมาอย่างมาก"
                     มีความคิดเห็นหนึ่งมาจาก คุณครูโรงเรียนรัฐแห่งหนึ่ง ฝากบอกไว้อย่างน่าฟังว่า "ดิฉันในฐานะอาจารย์ของลูกศิษย์ที่ จะเอนทรานซ์ น.รบอกว่าการใช้ระบบเก่าซึ่งข้อสอบจะยากมากนักเรียนบางคนมาปรึกษาดิฉันมากเกี่ยวกับการเอนทรานซ์
ซึ่งนักเรียนหลายคนกลัวจะสอบไม่ติดแล้วต้องไปสอบปีต่อไปซึ่งการเรียนการสอนของนักเรียนรุ่นหลังเรียนไม่เหมือนกัน เช่นโรงเรียนที่มีการปฏิรูปการศึกษา
สายศิลป์-ภาษา แต่ในวิชาวิทยาศาสตร์ ได้มี ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ซึ่งดิฉันคิดว่ายากสำหรับนักเรียนสายนี้ซึ่งเท่าที่ดิฉันได้ถาม ๆ มาเด็กทำข้อสอบไม่ค่อย
ได้เนื่องจากมีวิชาสายวิทย์เข้ามาปนแม้จะเป้ฯเพียงแค่พื้นฐานทำให้เกรดได้น้อยจากเด็กที่เคยได้ 3.00 ขึ้น ก็เหลือเพียงประมาณ 2.6/2.7 เป็นต้นซึ่งมีผลต่อ
GPA และ PR อาจทำให้น้อยและไม่ยุติธรรม ถ้าจะมีการปฏิรูปการศึกษาจริง ๆ ก็ขอให้ไม่ควรจะเพิ่ม GPA /PR ในการทดสอบเข้ารับการศึกษาใน
สถาบันอุดมศึกษาเพราะเด็กที่เอ็นไม่ติดจะต้องเอ็นใหม่ซึ่งมีเนื้อหาการเรียนเข้มขึ้นซึ่งนักเรียนรุ่นเอ็นปีสุดท้ายจะไม่ได้เรียนบางส่วนทำให้นักเรียนเครียด
มากเท่าที่ฟังจากนักเรียน นักเรียนบางคนอ่านหนังสือดึก ๆ ซึ่งอาจจะทำให้สุขภาพเสีย บางคนถึงกับพูดว่าไม่น่าอยู่ ม. 6 ปีนี้เลยน่าจะอยู่ ม. ต้น ๆ
จะได้ใช้ระบบ ที่จะ เพิ่ม pr ในการสอบเอนทรานซ์ ทำให้มีโอกาสติดมากไม่ต้องนั่งอ่านจะเป็นจะตาย ถึงแม้การเพิ่ม prจะดีทำให้นักเรียนไม่เครียด
และวัดความรู้ และการวิเคราะห์ในระบบใหม่ก็ตาม แต่นักเรียนส่วนใหญ่ก็ไม่เห็นด้วย เพราะบางโรงเรียนระบบการเรียนการสอนไม่เหมือนกัน
ทำให้คุณภาพการศึกษาและความรู้ต่างกัน เช่น โรงเรียนที่มีชื่อเสียง ข้อสอบก็จะยาก เด็กก็ได้เกรดน้อยด้วย แต่กลับกันดรงเรียนที่มีการเก็บคะแนน
การทดสอบของนักเรียนง่ายใข้ข้อสอบง่ายนักเรียนก็ได้เกรดมาก เพราะเหตุนี้นักเรียนส่วนใหญ่ถึงโต้แย้งกันในเรื่องของการไม่ยุติธรรมสำหรับตัว
นักเรียนเอง ดิฉันคิดว่าถ้าจะเพิ่ม pr กระทรวงควรจะพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนต่าง ๆ ให้มีมาตรฐานใกล้เคียงกัน เช่น เขตกรุงเทพ ปริมลฑน
ควรจะมีมาตรฐานใกล้เคียงกัน ในเรื่องของข้อสอบถ้าเป้ฯไปได้ข้อสอบน่าจะใช้สอบเหมือนกันทุกโรงเรียน โดยให้ครูตัวแทนเขตต่าง ๆ มาช่วยกันออก
ข้อสอบวัดความรู้ อาจจะไม่เพิ่ม pr แต่ให้ลดอัตราข้อสอบเอนลง หรือเพิ่มเวลาในการสอบเอ็นให้มากขึ้นเพื่อเด็กจะได้ไม่รีบจนทำผิดไปซึ่งน่าเสียดาย
คะแนน (ความคิดเห็นล่างนี้เป้นความคิดเห็นจากนักเรียนโรงเรียนหนึ่ง 7 ห้องจากที่ได้สำรวจมา อาจารย์ฝ่ายแนะแนว"
                   คนที่ผ่านมาก่อน ซึ่งมีประสบการณ์ผ่านการเอนทรานซ์มาแล้ว มีความเห็นดีๆมากบอกว่า " GPA PR ไม่เหมาะสมจริงๆ เพราะมาตราฐานของแต่ละโรงเรียนมันต่างกันมากเกินไป แต่อยากฝากบอกน้องๆ นร.ม.ปลายว่าอย่าเพิ่งไปคิดมากเลย โดยเฉพาะน้องที่อยู่ ม.5- ม.6 แล้ว มันสายไปแล้วสำหรับน้อง เพราะการดำเนินการปฏิรูปนั้นมันต้องมีการวางแผน การเตรียมการ การทดลองงาน การประเมินต่างๆนานา ซึ่งมันไม่ทันในปีสองปีนี้อยู่แล้ว ฉะนั้นน้องที่กำลังอยู่ ม.5-6 ควรจะตั้งใจเรียนในโรงเรียนไว้ก่อนเพื่อให้ gpa และ pr ออกมาดีที่สุด เพราะยังไงน้องๆก็ต้องเอนทรานซ์ระบบนี้อยู่ดี ทำใจยอมรับมันให้ได้ แล้วทำหน้าที่ของน้องให้ดีที่สุด อย่าให้อะไรมาบั่นทอนสมองตอนนี้เลย "
                    บางคนก็มีแนวทางที่เราจะให้ความคิดเห็นของเรามีผู้ใหญ่รับฟังบ้าง คุณครูคนใหม่ ฝากบอกว่า "ตอนนี้ก็มีการปฏิรูปราชการ แบ่งกระทรวงเพิ่มใหม่ขึ้นมาแล้ว ทบวงมหาวิทยาลัยฯก็หายไปแล้ว รมต.เดิมก็เปลี่ยนใหม่ เพราะฉะนั้นเรื่องปรับปรุงเรื่องสอบเข้ามหาวิทยาลัยฯที่ค้างก็ต้องให้ รมต.คนใหม่มานั่งทำความเข้าใจกันใหม่ นับหนึ่งใหม่แน่นอน มันก็เหมือน 3 ปี ที่ผ่านมา ที่ให้ปฏิรูปการศึกษาก็วนอยู่ในอ่างเหมือนเดิม ข้าราชการเมืองไทย ถ้าให้ตั้งคณะกรรมการพิจารณากัน รับรองยาวนาน เพราะต่างคนต่างเก่ง ศิษย์หลายสถาบัน ฉันเก่งทั้งนั้น ดังนั้นถ้าจะให้จบเร็ว มีคนเดียวที่ทำได้ และฟันธงเลย คือ ท่าน นายกฯทักษิณ ชินวัตร เพราะท่านเข้าใจปัญหาเร็ว ตัดสินเร็ว ดังนั้นน้องๆที่ไม่เห็นด้วยกับระบบสอบเอนท์ใหม่ที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2542 จนถึงปัจจุบัน เพราะไม่มีความยุติธรรมเรื่อง gpa+prของแต่ละโรงเรียนมีมาตรฐานไม่เท่ากัน จงช่วยกันเขียนจดหมายแสดงความไม่เห็นด้วยพร้อมเหตุผลสนับสนุนว่า ไม่เป็นธรรมอย่างไร ส่งโดยตรงไปดังนี้ ดร.ทักษิณ ชินวัตร 472 ซอยจรัลสนิทวงศ์ 69 ,บางพลัด, กทม.10700 จงรีบเขียนนะครับ เพราะได้เวลาที่ท่านทักษิณ ให้เวลากรรมการพิจารณาศึกษาเรื่องนี้ไปสรุปมาแล้วจงช่วยกันเขียนและบอกต่อๆให้เพื่อนทำตามจะเป็นพลังที่แสดงว่าเราไม่ยอมรับระบบไม่เป็นธรรมตัวนี้กัน"
                      พญ.กมลพรรณ ชีวพันธุศรี แฟนพันธ์แท้เวบเรา ก็เสนอแนวทางดีๆ " ดิฉันยินดีเป็นคนประสานนำให้รายชื่อผู้ไม่เห็นด้วย กับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย มอบแด่ท่านนายกฯ แต่เราควรเสนอด้วยว่าจะเอาแบบไหนที่ยุติธรรม และที่สำคัญควรจะเป็นการสอบเพื่อวัดความเป็นคน มากกว่าความรู้ท่วมหัว ( เอาตัวไม่รอด) การประเมินกิจกรรม ความประพฤติ ควรให้ใครประเมินดี (มหาลัยวิทยาลัย) ถ้าเราไม่มีการประเมินส่วนนี้ เด็กที่เป็นคนพัฒนาชาติต่อไป ก็จะไม่สนใจคุณธรรมจริธรรม ซึ่งเห็นด้วยว่าไม่ใช่มาประเมินช่วงเฉพาะม.4-6 เท่านั้น นักเรียนผู้ปกครอง และ น้องๆว่าการเรียนมากมายไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นในชีวิตจริงหลังจบการศึกษาโปรดอย่าลืมความจริงอันนี้ ส่วนเรื่องการสอบเข้ามหาลัย อยากให้ช่วยกันทำคือ
1 แต่ละโรงเรียนหรือนักเรียนก็ล่ารายชื่อรวมๆกันมา ส่งแฟกซ์ที่ 0-2661-2810 หรือที่อยู่ข้างต้นถ้าจะให้ดีกรุณา เสนอมาด้วยว่าจะเอาอย่างไร รวมทั้งเรื่องปัญหาหลักสูตรการศึกษา ถ้าหากส่งมาแล้วช่วยโทรเช็คด้วยค่ะว่าได้รับหรือไม่ ( 0-1298-0284 ) เวลารวบรวมรายชื่อก็อย่าให้ครูรู้ เพราะไม่รู้ ครูคิดอะไรอยู่
2.กำลังปรึกษา วุฒิสมาชิกจะจัดสัมมนาเรื่องการสอบเข้ามหาลัย คอยฟังข่าวแล้วจะบอกอีกทีที่ไหน เมื่อไร
3 โทรไปร้องเรียนที่ จส. 100 เพราะคนฟังมาก และให้ จส 100 จัดรับฟังความเห็นเองเลย ซึ่งมักได้ผล (1137) หวังว่าประเทศไทยคงจะหลุดพ้นจากการศึกษาที่ล้าสมัอีกไม่นานนี้นะคะ "
ที่มา :web content
ร่วมแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมได้ที่นี่