การปฏิรูปการศึกษาควรเน้นการพัฒนาทักษะด้านการปฏิบัติให้มากขึ้น
ลดเนื้อหาการศึกษาด้านทฤษฎีให้น้อยลง
(แต่ไม่ใช่ว่าความรู้ตัดออกไปนั้นไร้ประโยชน์แต่การรับความรู้ที่มากมายในระยะเวลาอันสั้นนั้นจะทำให้เด็กขาดการนำความรู้ที่ได้รับทั้งหมด
มาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ) รวมทั้งควรปรับความรู้ความสามารถของผู้สอนให้ดียิ่งขึ้น
ปัจจุบันเทคโนโลยีต่างๆ และวิทยาการใหม่ๆ
มีอยู่อย่างมากมาย ผู้สอนควรนำความรู้นี้มาใช้สอนแก่เด็กไม่เพียงแต่ความรู้เก่าที่มีแต่ขาดการศึกษานำความรู้ใหม่ๆมาสอนแก่เด็ก
และตัดค่านิยมเก่าๆ
ที่ไม่ถูกต้องทิ้งไป เช่น การเคารพครูบาอาจารย์ ที่กล่าวเช่นนี้ไม่ใช่จะเป็นศิษย์คิดล้างครู
แต่ทว่าอาจารย์ที่สอนควรเปลี่ยนวิธีการสอนเสียใหม่ไม่ใช่สอน
ให้เด็กเชื่อฟังทุกอย่างที่สอน ตามที่อาจารย์เคยสอนๆกันมา ทำให้เด็กไม่กล้าที่จะคิดในสิ่งใหม่ๆ
ควรสอนให้เด็กกล้าที่จะถกปัญหาด้านความรู้ต่างๆ
กับอาจารย์ให้มากขึ้น ................. ภานุวัตร ตั้งจาตุรันต์ |
|
จะปฏิรูปการศึกษา
นั้นต้องกล้าแก้ของเก่าที่ไม่ถูกต้องไม่เป็นธรรมก่อน
ไม่ใช่ของเก่าที่ไม่ถูกต้องก็ยังดันทุรังใช้อยู่ และต้องกล้ารับฟังความคิดเห็น
ประชาพิจารณ์จากทุกคน โดยเฉพาะนักเรียนซึ่งเป็นผู้บริโภคโดยตรง ไม่ใช่ไปฟังจากนักวิชาการโง่ๆ
ที่อ้างว่ามีประสบการณ์มากความรู้สูง แต่ขอโทษที แก่เพราะอยู่นานเสียมากกว่า
หัวคิดไม่ได้พัฒนาขึ้นมาเลย ว่าโลกเขาไปถึงไหนแล้ว ข้าจะทำอย่างนี้เสียอย่าง
ห้ามเถียงเด็ดขาด นี่แหละระบบราชการไทย คิดว่าเด็กไม่มีความคิด เอาแค่เรื่องง่ายๆ
เด็กมองก็เห็นแล้วว่า ไม่ถูกต้องไม่ยุติธรรมและโปร่งใส คือเรื่องการใช้
gpa+pr 10% เข้ามหาวิทยาลัยในปัจจุบันนี้ เนื่องจาก ข้อสอบในการวัดผลตั้งแต่
ม.4-6 เป็นข้อสอบที่แต่ละโรงเรียนออกสอบกันเอง บางโรงเรียนออกง่ายๆ
ช่วยเด็ก เวลาสอบจะลอกก็ลอกกันไป บางคนไม่ไปสอบ ไปขอทำรายงานแทนก็ได้คะแนนดี
เด็กๆสอบไม่ตก ครูก็มีความดีความชอบไม่ต้องโดนกระทรวงตำหนิได้ แบบว่า
win win ทั้งครูและนักเรียน แต่คนที่แย่คือนักเรียนในโรงเรียนที่มีมาตรฐานการสอนการสอบ
ไหนครูจะออกข้อสอบแสนจะยากไม่ค่อยมีในหลักสูตรที่สอน แต่ถ้าใครไปกวดวิชาด้วยก็ทำได้
พวกนี้โดนกดเกรดระนาว ถ้าไม่เก่งจริง 3.8 ขึ้นไปอย่าหวังว่าจะได้ pr
สูง ดูจากโรงเรียนเตรียมอุดม ปีที่ผ่านมาก็แล้วกัน gpa 3 ได้ pr แค่
ไม่เกิน 10% เทียบกับบางโรงเรียนที่ไม่ใช่มีชื่อเสียงนัก เด็กได้ gpa
2.3 แต่ได้ pr 60% ถามว่ามีมาตรฐานกันตรงไหน ถามว่าคนคิดให้ใช้มีสมองคิดกันหรือไม่
หรือมีลูกหลานอยู่ในโรงเรียนที่ปล่อยเกรดกัน จึงอยากให้ใช้นัก เหมือนกับในปีก่อนสัก
2 ปี ที่มีกฎห้ามนักเรียนสอบเทียบเข้ามหาวิทยาลัย อุตส่าห์ออกกฎมาเนิ่นนาน
แต่พอเอาเข้าจริง ถึงวันประกาศผลสอบ กับยกเลิกดื้อๆ
เพราะมีลูกหลานผู้ใหญ่ในกระทรวง ทบวง สอบติดกันแยะ ช่วงนั้น
คุณสุธรรม แสงประทุม เป็น รมต.ทบวงฯ .............. คนไทยหรือป่าว |
ผมว่าปัญหาหลักๆ
ก็คือ คุณครูของรัฐบาลนั้นยังไงๆ ก็ได้รับเงินเดือนอยู่แล้ว คุณครูบางส่วนจึงไม่ค่อยสนใจแม้กระทั่งคำสั่งหรือตักเตือน
ของครูไหญ่หรือครูดัวยกัน ผมว่าจะดีมากเลยครับหากคุณครูทุกๆ ท่านมีจิตสำนึกที่จะพัฒนาที่ตัวเด็กจริงๆ
ไม่มีเรื่องส่วนตัวมาเกี่ยวมากเกินไป และจะดีมากๆ เลยครับหากคุณครูรู้จักลดทิฐิของท่านเองลงบ้าง
เพื่อเปิดใจกว้างยอมรับความคิดเห็นของทุกๆ คนมาลองคิดๆ พิจารณาดูก่อนที่จะทิ้งไปเพราะไม่ว่าเราจะปฏิรูปไปมากสักแค่ไหนแต่ถ้าตัวคุณครูและนักเรียนเองไม่ยอมให้ความร่วมมือ
ก็จะไม่มีประโยชน์อะไรเลย ไม่มีประโยชน์อะไรเลยจริงๆซึ่งผมว่าจริงๆ
หลักการต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบันก็มาก และเพียงพอแล้ว สำหรับการปฏิรูป
ต่อไปนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวของคุณครูและตัวของนักเรียนเองว่าจะนำมาประยุกต์ใช้ได้มากแค่ไหน
............. Khing |
ผมเป็นคนหนึ่งที่ได้ติดตามการปฏิรูปการศึกษามานาน
ในทางด้านโครงสร้างการบริหารนั้นอาจจะเปลี่ยนแปลงไป
แต่บุคลลากร(บางคน)
ยังคิดแบบเดิม ก็อาจจะไม่ช่วยอะไรมากมายนัก อยากเห็นอาจารย์ที่เอาใจใส่กับงานของตน
รักที่จะทำงาน ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์ระดับไหน
ถ้าแม่พิมพ์และพ่อพิมพ์ของชาติทำได้ จะทำให้การศึกษาไทยไปไกลกว่านี้แน่นอน
............. นาย ธีรวัฒน์
|