การศึกษาของไทยเรา พัฒนาน้อยมาก
                   เด็กไทยต้องนั่งเรียน ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ทั้งๆที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเรียนไปแล้วจะได้ใช้หรือเปล่า ผมว่าตรงนี้สำคัญนะครับ อย่างในอเมริกาจะมีเด็กของเค้าที่อยากเป็นนักกีฬาอาชีพ ร็อคสตาร์ หรือนักลงทุนในตลาดทุนเยอะมาก แล้วพวกนี้ส่วนมากไม่จบระดับมหาวิทยาลัยหรอกครับ
อยากเก่งก็แค่ระดับ college หรือ high school เท่านั้น แต่เด็กเค้ามีหัวด้านธุรกิจมาก เพราะฉะนั้นจะจัดการศึกษาให้เด็กค้นคว้าถึงตัวตนของตัวเองน่ะ ดีแล้ว และควรจะรีบทำด้วย เพื่อเป็นการพัฒนาบุคลากรเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดในอนาคต ถ้าคิดว่าเราจะผลิตแต่แพทย์ วิศวกร ทนาย ครู
ออกมาแล้วประเทศจะเจริญละก้อ ขอบอกเลยครับว่าคิดผิดแน่นอน เพราะคนกลุ่มนี้มีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจน้อย เพราะแค่ทำงานหลักเวลาก็หมดแล้ว
ทำไมเราถึงไม่มีหลักสูตรอบรมให้เยาวชนที่สนใจลงทุนได้ลองสัมผัสกับประสบการณ์ตรงบ้าง ให้สิทธิพิเศษกับนักเรียนที่เป็นนักกีฬาโดยการเทรนให้เป็น
นักกีฬาจริงๆ มีเงินเดือนให้ในสาขานักกีฬาเลยยิ่งดี มันก็แล้วแต่ใครจะคิดล่ะนะ แต่ผมคนหนึ่ง ในฐานะที่เป็นเยาวชนของชาติ ก็อยากฝากให้ผู้ใหญ่
ทั้งหลายเอาไปคิดดูละกันนะครับ.................ศรวิษ-sorawit_s@hotmail.com-108612321(icq)
                     ผมอ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์แล้ว ไม่ค่อยสบายใจเท่าไรครับ มีศาสตราจารย์ท่านหนึ่งบอกว่า จากการสำรวจการปฏิรูปการศึกษาปรากฏว่า ได้ผลเป็นที่พอใจ ผู้ปกครองต่างให้การสนับสนุน เรื่องการใช้ PR และ GPA ผมรู้สึกว่าจะเป็นการสรุปเองป่าวไม่ทราบนะครับ ทั้งๆที่ผมอ่านในเว็บนี้แล้ว มีแต่คนไม่เห็นด้วย ผมรู้สึกว่า จะมีการปิดกั้น หรือ บิดเบือนข้อมูลหรือป่าวครับ จริงๆ แล้วถ้าไม่อยากให้เด็กเรียนกวดวิชา คงทำไม่ได้หรอกนะครับ แต่หากจะลดการกวดวิชาก็น่าจะลองใช้วิธีนี้ดูครับ
1. กำหนดให้คนที่ออกข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัย เป็นอาจารย์ในโรงเรียนมัธยมในสังกัดเท่านั้น ห้ามอาจารย์กวดวิชาออกข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยครับ
2. ห้ามอาจารย์ในโรงเรียนสังกัดทั้งหมด ออกไปสอนพิเศษข้างนอกครับ ให้โรงเรียนกวดวิชาสอนกันไป ในกรณีเด็กในโรงเรียนเรียนไม่เข้าใจครับ

                     วิธีนี้จะทำให้อาจารย์กลับไปไตร่ตรองว่าจะเลือกสอนพิเศษ หรือ จะเลือกอยู่ในสังกัดครับ และเด็กก็จะลดการกวดวิชาไปเอง เพราะ รู้ว่า อาจารย์ในสังกัดเป็นผู้ออกข้อสอบครับ ไม่ใช่โรงเรียนกวดวิชา แต่ต้องให้โรงเรียนกวดวิชามีอยู่เพื่อเป็นทางออกแก่เด็กที่เรียนในระบบไม่รู้เรื่องครับ ............. อยากเห็นเด็กไทย มีอนาคตที่ดีครับ
                     เวลาเขาจะพิจารณ์อะไร เขาจะเชิญใคร สัดส่วนเท่าไร แต่ไม่ได้เปิดให้พิจารณ์อย่างทั่วถึง เพราะฉะนั้นผลจึงออกมาตรงข้าม
อีกอย่างที่น่ากลัวคือ พิจารณ์ไปๆมาๆก็สรุปเองว่าส่วนใหญ่เห็นด้วยและก็ทำตามแผนนั้น ใครจะมีผลอย่างไรไม่สน อีกอย่างสื่อเป็นกลไกสำคัญ
บางสื่อก็เชียร์เหลือเกินคนที่กินเก่งๆน่ะ แล้วเอาเงินไปแจกสื่อ จนบางครั้งชาวบ้านคิดว่าเป็นคนดี เช่นคนเห็นด้วยจริงๆ 20% ก็ดันเขียนไป 60%
บ้าง 75%นี่แหละประเทศไทย การพัฒนาจึงอยู่กับที่ วันนี้ยังไงก็ขอขอบคุณนายกที่ ยังมีคนดีๆเหลืออยู่ใน ครม. แต่คุณ ปองพล ที่ได้เป็น รมต.ศึกษาฯ
เมื่อฟังประชาชนแล้ว จะช่วยเหลือหรือไม่อีกเรื่องหนึ่ง ยังไงพวกเราก็รวมๆตัวไว้ก่อน เผื่อจะได้ทำงานบางอย่างด้วยกัน เราโดนเขากดขี่มานาน
อย่าเก็บกดมากนัก ลุกขึ้นมาสู้เลย ชาติจะได้เจริญๆ
ไว้โอกาสดีๆจะเปิดเผยตัวจริง ................ เพื่อชาติ
                    ไม่ว่าการศึกษาของไทยจะเป็นแบบไหน ผมว่าถ้าเด็กไทย แน่จริงๆ ขยันจริง เอาจริงเอาจังกับการเรียนมากเท่าที่ควรแล้ว รับรองว่าระดับการศึกษาของประเทศไทยจะต้องดีขึ้นมากอย่างแน่นอน ................ อยากให้เด็กไทยรักเรียน