" สอบเอ็น-จะบ้ากันใหญ่"
ถึงผู้สนใจการศึกษาทุกท่าน
อยากให้อ่านบทความของคุณ ลม เปลี่ยนทิศ ในหน้า 5 ไทยรัฐ ซึ่งเป็นนักเขียนที่มีวิสัยทัศน์ดีมาก
ลองอ่านดูนะครับ " สอบเอ็น-จะบ้ากันใหญ่"
บทความเรื่อง "เมืองไทย 2 โลก" ที่ผมเขียนวิจารณ์การสอบเอ็นทรานซ์นั้น
มีจดหมาย มาถึงผมหลายฉบับ ทั้งจากทบวงมหาวิทยาลัย และจากพ่อแม่ของเด็กที่กำลังสอบ
ผมจะเอามาลงให้อ่านเทียบกันสองข้าง ให้ผู้อ่านตัดสินข้อเท็จจริง
น่าสงสารก็เด็กไทย น่าห่วงก็การศึกษาของชาติ
มาอ่านจดหมายชี้แจงจาก ศาสตราจารย์ ร.ต.อ.วรเดช จันทรศร ปลัดทบวงมหาวิทยาลัย
(ปัจจุบันอยู่ใต้สังกัดกระทรวงศึกษาฯ) ก่อนครับ
ตามที่ท่านได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับการออกข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยในว่า
"คนออกข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยทุกวันนี้ เป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัย
สังกัดทบวงมหาวิทยาลัย เวลาออกข้อสอบก็เอาวิชาปีหนึ่งที่สอนไปออกข้อสอบ
แต่เด็กเรียนแค่ ม.6 ดังนั้น วิชาที่เรียนมาไม่ได้ใช้ออกเป็นข้อสอบ
แต่ข้อสอบที่ออก กลับไม่ได้เรียน ต้องไปเรียนซํ้าอีกทีตอนปีหนึ่งเมื่อสอบเข้าได้แล้ว"
ทบวงมหาวิทยาลัยใคร่ขอชี้แจงดังนี้
1.ทบวงมหาวิทยาลัยมีข้อกำหนดคุณสมบัติของอาจารย์ผู้ออกข้อสอบว่า
จะต้องเป็นผู้ที่ มิได้สอนกวดวิชา หรือ มีบุตรหลานสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ในปีนั้น
2.ข้อสอบทุกวิชาจะมีเนื้อหาครอบคลุมตามหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย
พ.ศ. 2524 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2533) ซึ่งเป็นหลักสูตรที่กระทรวงศึกษาฯกำหนดให้ทุกโรงเรียนใช้
โดยทบวงฯ ได้จัดทำตาราง วิเคราะห์หลักสูตรเพื่อเป็นกรอบในการสร้างข้อสอบ
ทั้งนี้ ทบวงฯมีนโยบายที่จะให้ผู้ออกข้อสอบ ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
ข้อสอบคัดเลือกจึงมิได้ออกเกินหลักสูตรที่เรียน
3.การออกข้อสอบวัดความรู้พื้นฐานวิชาการที่เป็นข้อสอบแบบปรนัยนั้น
มีระดับการวัด 6 ระดับ ด้วยกันคือ ความจำ
ความเข้าใจ การนำไปใช้ การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ และการประเมินค่า
ข้อสอบส่วนใหญ่เป็นข้อสอบที่วัดความรู้ตั้งแต่ระดับความเข้าใจขึ้นไป
ดังนั้น ในการทำข้อสอบ นักเรียนจึงต้องใช้ความรู้ในลักษณะที่เป็นการบูรณาการกับการคิดวิเคราะห์
โดยอาศัยพื้นความรู้ ที่นักเรียนได้ศึกษาในระดับชั้นมัธยมตอนปลาย (ม.4-ม.6)
ตลอด 3 ปี นักเรียนสามารถจะทำข้อสอบได้ หากมีความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริง
ทบวงฯมีความเห็นว่า การกวดวิชาเป็นการช่วยทบทวนและ เป็นการเสริมให้นักเรียนมีความมั่นใจในการทำข้อสอบเท่านั้น"
สรุปคือ อาจารย์ของทบวงฯเป็นผู้ออกข้อสอบ และทบวงฯเห็นว่า การกวดวิชาเป็นเรื่องที่ดี
เพราะช่วยทบทวนและช่วยให้นักเรียนมีความมั่นใจ
ทีนี้มาอ่านจดหมายของคนเป็นพ่อแม่ที่ลูกสอบเอ็นฯบ้าง ฉบับนี้เป็นของ
รศ.ดร.พรทิพย์ พิมลสินธุ์ อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผมต้องขออภัยที่ต้องลงชื่อจริงท่าน
ประเดี๋ยวทบวงฯจะหาว่าผมมั่ว เชิญอ่านครับ "อ่านข้อเขียนเรื่องการสอบ
เอ็นทรานซ์แล้ว รู้สึกว่าควรจะมีการแก้ไข อย่างจริงจังเสียที เพราะตอนนี้ลูกกำลังสอบอยู่
วันนี้เป็นวันสุดท้าย เมื่อเช้าสอบคณิตศาสตร์ โทร.ถาม เขาบอกว่า เพื่อนที่อยู่เตรียมอุดมฯร้องไห้เลยค่ะ
ลูกดิฉันอยู่สวนกุหลาบ สรุปคือ ยากมากๆ ลูกเรียน course entrance มา
และเรียนต่อเนื่องมาตลอดตั้งแต่ ม.4 ไม่ทราบว่า ข้อสอบที่ออกสะใจคนออกขนาดไหน?
เมื่อวานฟิสิกส์ลูกบอก ออก ม.6 เทอมปลาย (ยังเรียนไม่ถึง) อยากให้ช่วยกระตุ้นมากๆ
หน่อย โดยเฉพาะการเอา GPA มาคิด บางโรงเรียนปล่อยเกรดมากๆ แต่บางโรงเรียนก็ยังรักษามาตรฐานไว้เหนียวแน่น
ถ้าจะให้ยุติธรรมจริงๆ ต้องเป็นข้อสอบ ม.6 เดียวกันทุกโรงเรียน แต่ขณะนี้แต่ละโรงเรียนออกเอง
ตรวจเอง มาตรฐานอยู่ที่ไหน แล้วเอามาคิด คะแนนรวม 10% ของการสอบเอ็นทรานซ์
ตอนนี้เขากำลังปรับปรุงจะเปลี่ยนวิธีการสอบเอ็นทรานซ์ใหม่เป็นระบบ
Admission กว่าจะได้ระบบใหม่ เด็กที่อยู่ในระบบปัจจุบันจะถูกกดดันขนาดไหน"
ของจริงที่คนเป็นแม่เล่า กับสิ่งที่ปลัดทบวงฯชี้แจง ต่างกันอย่างไร
ท่านผู้อ่านคงเห็นแล้ว แล้วการปฏิรูปการศึกษาไทยจะไปถูกทางได้อย่างไร
ยิ่งระบบใหม่ Admission ยิ่งแย่กว่านี้
ให้เอา "สมุดพกความดี"
มาคิดคะแนนอีกร้อยละ 15 จะบ้ากันไปใหญ่แล้วเจ้าข้า การศึกษาไทย."ลม
เปลี่ยนทิศ" ................ คนไทยใจเต็ม100 |
|