เรื่องจริงของการเรียนระบบ child center
                  เรื่องจริงของการเรียนระบบ child center ของโรงเรียนมัธยมปลายใจกลางเมืองกรุงเทพฯแห่งหนึ่ง
อาจารย์เข้ามา "เอ้า นักเรียน รับชีทไป วันนี้เราจะศึกษาเรื่องพันธะเคมี เดี๋ยวครูจะให้นักเรียนศึกษาก่อนนะ เป็นเวลา 10 นาที
แล้วเดี๋ยวครูจะเรียกถามเป็นรายคน คราวนี้เราจะเรียนระบบใหม่ เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง"
ผมกล้ายืนยันได้เลยครับ ว่า 99.99% ที่ตอบคำถามของอาจารย์ได้ ไปเรียนกวดวิชามาแล้วทั้งนั้น (ส่วนผมไปเข้าค่าย สอวน.เคมี)
ไม่มีนักเรียนคนไหนหรอกที่อ่านชีทแผ่นนั้น เข้าใจได้ ณ วินาทีนั้น แล้วตอบคำถามอาจารย์ได้อย่างลึกซึ้งทุกตัวอักษรหรอกครับ
ความรู้ได้จากกวดวิชาทั้งนั้นแล้วคนที่ไม่ได้เรียนกวดวิชาล่ะครับ จะทำอย่างไร...รัฐบาลชอบหาว่ากวดวิชาทำลายระบบการศึกษา แต่อะไรล่ะครับที่ทำให้เกิดกวดวิชาขึ้นถ้าครูในโรงเรียนสอนให้นักเรียนเข้าใจสักนิด การเรียนกวดวิชาก็ไม่จำเป็น...ถ้าทบวงไม่ออกข้อสอบ entrace เกินหลักสูตร การกวดวิชาก็ไม่จำเป็นหรอกครับ แล้วข้อสอบของเดือนตุลาคม ก็ครอบคลุมเนื้อหาทุกเทอม แล้วใครจะทำได้ล่ะครับ ถ้าไม่กวดวิชา? ถ้าทำไม่ได้ คะแนนเฉลี่ยต่ำทางทบวงก็ประเมินว่าศักยภาพทางด้านวิทยาศาสตร์ของเด็กไทยต่ำ แล้ววัฏจักรนี้มันเกิดจากอะไรล่ะครับ ไม่ใช่เพราะทบวงมีศักยภาพทางสมองต่ำหรอกหรอครับ ............... โรงเรียนมัธยมปลาย

                   ไม่รู้ว่าเข้าใจถูกรึเปล่านะคะว่า การที่ให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางนี่เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปการศึกษารึเปล่า แต่ขอแสดงความคิดเห็นในเรื่อง การให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ว่าคิดว่าเหมาะสมแล้วหรือ กับการใช้ระบบนี้ในประเทศไทยเพราะเท่าที่โรงเรียนได้ใช้ระบบนี้ม าเด็กส่วนใหญ่ค่อนข้างที่จะไม่เห็นด้วย เพราะเด็กแทบจะไม่ได้อะไรเลยประมาณร้อยละ 90 ต้องอาศัยเรียนพิเศษ ( กับอาจารย์ที่สอนที่โรงเรียน) แล้วอีกอย่างตอนนี้ที่โรงเรียนนักเรียนห้องนึงๆเนี่ยมีตั้ง 50-60 คนแล้วอาจารย์แค่คนเดียว แค่เช็กชื่อก็หมดเวลาแล้วอย่าฝันเลย ว่าจะได้เรียนเนื้อหาแบเต็มๆอยากให้ดูความพร้อมของเด็กก่อนที่จะนำระบบต่างๆมาใช้ ไม่ใช่ทำเพื่อแค่ให้มีผลงาน .........  เด็ก ตจว