หากปิดกั้นช่องการทางเรียนพิเศษ ก็คือ ปิดกั้นทางการศึกษานั่นเอง
                    การศึกษาไทย ต้องพัฒนาไปในแนวทางอันถูกต้องครับ จึงจะทำให้ประเทศชาติไม่อ่อนแอ สิ่งนี้เป็นหลักใหญ่ คนเก่ง และมีคุณธรรม ต้องได้รับการคัดสรร ระบบอำนาจ และเงินทอง อิทธิพลไม่ควรเกิดขึ้นในระบบการศึกษาอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะ การเข้าศึกษาต่อในระบบอุดมศึกษาของไทย ซึ่งถือเป็นกำลังในการพัฒนาประเทศในยุคใหม่นี้ หากเราปล่อยให้คนที่ไม่มีความรู้ความสามารถ และ ไม่มีคุณธรรมได้ครองอำนาจทางเศรษฐกิจและการเมืองการศึกษา ประเทศจะวิบัติครับ ข้อนี้เป็นหลักใหญ่ ดังนั้นผมคิดว่าควรให้ความยุติธรรมแก่เด็กและสถาบันการศึกษาทุกแห่ง ดังนั้นการ Entrance ยังเป็นระบบที่ให้ความเป็นธรรมอยู่ จนกว่าเราจะหาระบบที่ดีกว่าเดิม มีประสิทธิผลและประสิทธิภาพมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ตามความเห็นผม การ Entrance ระบบใหม่นี้ ยังไม่สามารถให้ความเป็นธรรมแก่เด็ก ได้เหมือนระบบเก่าครับ ต้องหาให้ดีกว่าแล้วค่อยเปลี่ยนครับ ไม่ใช่พยายามจะเปลี่ยนทั้งๆที่ผลเสียมากกว่าดี ประเทศชาติจะแย่ครับ เสียดายงบประมาณแผ่นดิน และอย่าปิดกั้นทางการศึกษาครับ ระบบการศึกษาในระบบมีปัญหา เด็กเรียนไม่เข้าใจ จึงต้องไปเรียนพิเศษครับ หากปิดช่องทางการเรียนพิเศษ ก็คือ ปิดกั้นทางการศึกษานั่นเอง ต้องยอมรับว่าระบบการศึกษาของไทย มีปัญหาทั้งการจัดการสอน อาจารย์ผู้สอน และปัจจัยจากสภาพแวดล้อมของอบายมุขที่รุนแรงมาก เช่น ยาเสพติด การพนัน เกมส์ สิ่งบันเทิง และ ค่านิยมผิดๆครับ ขอให้นำสิ่งเหล่านี้มาไตร่ตรอง และขจัดออกไปเสียครับ ปัจจุบันสถาบันกวดวิชาเป็นที่พึ่งที่แท้จริงของนักเรียน แทนสถาบันการศึกษาไปแล้ว ขอให้รับไปฟังนะครับ ระบบดีใครๆก็อยากอยู่ครับ นักเรียนจะเหนื่อยไปเรียนทำไม หากเรียนในห้องแล้วเข้าใจครับ ผมถามหน่อยว่าใครอยากเหนื่อยครับ หากเรียนเข้าใจ ไปเล่นกีฬา ดูหนัง ฟังเพลง สบายกว่าเยอะเลย เจอเพื่อนด้วย ไม่ต้องเสียเงินเรียน เสียเวลาไปอยู่ในห้องเรียนกวดวิชา 3-4 ชั่วโมงครับ อยากให้คิดให้ละเอียด และ ไม่มีอคติจะเข้าใจครับว่าทั้งระบบเรานั่นแหละ คือ ปัญหา เหตุจริงๆมาจากว่า เราไม่เข้าใจเหตุของปัญหานั่นแหละครับ เลยแก้ไม่ถูกจุด ผมขอเปรียบเทียบให้เข้าใจตามแนวพุทธศาสนานะครับว่า เราทุกข์ เพราะ กิเลส เราดับทุกข์ เพราะ เราเจอเหตุ และ ดับเหตุนั้นได้ แต่ทุกคนเวลานี้ทุกข์ๆ แล้วเราเจอเหตุยังล่ะครับ เห็นแต่ละคนไม่เห็นสนใจเหตุกันเลย ปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้กิเลสเติบใหญ่แข็งแรงครับ มันก็ทุกข์วันยังค่ำ คล้ายกับการศึกษาไทย หาเหตุที่แท้จริงไม่เจอ มันก็ไม่พ้นวัฏฏะ ของการวนเวียนของปัญหาครับ ผมมีข้อแนะนำดังนี้ครับ
1. ครู อาจารย์ที่สอน เป็นปัญหาที่แท้จริง ต้องอบรมครู อาจารย์ที่สอนให้รู้จักหน้าที่ ตนเอง คุณธรรมเป็นสิ่งที่ต้องอบรมในวัด ไม่ใช่เข้าห้องอบรมแล้วก็ขึ้นแผ่นใส หรือ สัมนาเชิงปฏิบัติการที่ไม่มีเรื่องคุณธรรมเลย ต้องนำไปอบรมและปฏิบัติ วิปัสนากรรมฐาน อย่างน้อย 7 วัน และทำทุกปี ปลุกคุณธรรมให้ตื่นอยู่เสมอครับ ไม่ใช่อย่างปัจจุบันนี้ที่เข้าห้องอบรม และเพิกเฉยต่อคุณธรรม
2. เข้าใจถึงจิตใจเด็กอย่างแท้จริง รู้ว่าเขา กลัวอะไร เขาเครียดเพราะเขาคิดอย่างไร จะลดสิ่งเหล่านี้ได้ต้องทำอย่างไร แต่ไม่ใช่ไปลดการสอบ ลดการเรียน ลดการคิด ลดการจินตนาการ เราต้องคงคุณภาพการศึกษา แต่หาเหตุที่จะเพิ่ม EQ ของเด็กครับ ต้องพัฒนาทั้ง IQ และ EQ โดยเฉพาะเรื่องค่านิยมที่ถูกต้อง และประเพณี วัฒนธรรมไทย สอนเด็กทำบุญใส่บาตร ฝึกหัดรักษาศีล ฝึกหัดสมาธิ และการใช้วิจารณญาณไตร่ตรอง การมีค่านิยมที่ถูกต้อง การอยู่ร่วมกันในสังคม
3. พัฒนาครูและอาจารย์รุ่นใหม่ๆ ที่มีทั้งความรู้และคุณธรรมขึ้นในระบบที่สร้างขึ้นใหม่ และไม่จำเป็นต้องปิดกั้นสถาบันกวดวิชา หรือ การสอนพิเศษ เพราะนั่น คือ ทางออกของเด็กครับ หากระบบดีแล้ว ทั้งครูและอาจารย์ในสถาบันกวดวิชา จะอยากเข้าไปสู่ระบบเอง และเด็กก็จะเลิกเรียนกวดวิชาไปเอง เพราะเรียนเข้าใจในระบบแล้ว และยังช่วยลดการที่เด็กเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งมอมเมาต่างๆ เช่น เกมส์ โทรทัศน์ เน็ต การพนัน การเที่ยวกลางคืน เป็นต้น
4. อย่าไปยึดติดกับระบบ ตะวันตกมากเกินไปครับ การเรียนผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง อย่าไปคาดหวังอะไรที่มองฝรั่งเป็นคนเก่งไปหมด อเมริกา มีปัญหาเด็ก และวัยรุ่นมากมายครับ เขาเขียนตำรามาขายไทย ดอกเตอร์ไทยก็เห่อจนเกินเหตุเกินควร ไม่ดีครับ สะท้อนถึงการขาดภูมิปัญญาเป็นของตนเอง แต่ก่อนเมืองไทยเจริญได้ ปัญหาน้อย ศีลธรรมดีงาม สังคมสงบสุข ก็เพราะเราไม่เห่อนอกมากไปครับ เดี๋ยวนี้เราเป็นทาสเขาทั้งวัตถุ และความคิดครับ ยกย่องเขาเกินไป แต่เหยียบย่ำตัวเอง เหมือน ยอมให้เขาเหยียบหัวและเราก็ยินดีให้เขาเหยีบแบบเต็มใจเสียด้วยสิ แต่เราไม่รู้ตัวครับ
5. ต้องพัฒนาเด็กไทยให้รักวิชา คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ครับ ทั้งสองวิชานี้ เป็นภาษาสากล และเป็นภาษาที่ซับซ้อนของธรรมชาติ จะทำให้เด็กมีเหตุมีผล สามารถมีสมาธิที่ดีได้ ส่งเสริมการคิดปัญหาที่ซับซ้อนและจะเข้าใจหลักพุทธศาสนาได้อย่างแท้จริงครับ ซึ่งทำให้ประเทศชาติ เจริญอย่างแท้จริง
6. พัฒนาภาษาด้วย ไม่ว่าจะเป็น ไทย อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น เป็นต้น น่าจะมีหลักสูตรการปฏิบัติที่มีประสิทธิผลให้มากขึ้นกว่าปัจจุบัน
7. สร้างสัมพันธภาพที่ดี ระหว่าง บ้าน วัดและโรงเรียนให้เกิดดุลยภาพ บ้าน ให้อบอุ่น วัด ให้ความสงบ ร่มเย็น และ ศีลธรรมอันดีงาม และ โรงเรียน มีคุณครูที่เก่งและมีคุณธรรม เป็นพ่อพิมพ์ แม่พิมพ์ของชาติครับ
                     หวังว่าความคิดผม จะเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้บริหารการศึกษาครับ และต่อเด็กๆทุกคนด้วย และ ที่สำคัญที่สุด ประเทศชาติต้องอยู่อย่างมั่นคงครับ ไม่อ่อนแอ.................. ครูคนหนึ่งที่ไม่อยากอยู่ในระบบ