คิดว่าไม่ควรนำ GPA มารวม เพราะ เด็ก จะเรียนจนเครียด

                   ข้อ comment เกี่ยวกันการคัดเลือกนักเรียนเข้ามหาวิทยาลัย คิดว่าไม่ควรนำ GPA มารวม เพราะ เด็ก จะเรียนจนเครียด ไม่สนใจกิจกรรมอื่นๆ ที่สร้างเสริมพัฒนาการเด็กๆ ซึ่งเป็นวัยเจริญเติบโตและเรียนรู้การทำกิจกรรม เด็กจะมัวแต่เรียนอย่างเดียว และยังเรียนพิเศษ หรือกวดวิชากันมากขึ้นเพื่อให้เกรดดี เด็กยิ่งคิดว่ายิ่งกวดวิชามากแค่ไหนก็ยิ่งดีเท่านั้น จะทำให้เด็กเรียนดี แต่ดูไม่ดี ไม่สดใส ส่วนเด็กที่การเรียนแย่ๆ อยู่แล้วก็จะไม่สนใจเรียนเข้าไปกันใหญ่ เพราะไหนๆ ก็เกรดไม่ดีอยู่แล้วก็ปล่อยไปเลย อยากให้กลับไปสอบเอนท์ แบบเก่าซึ่งจะทำให้เด็กมีโอกาสเท่าเทียมกันในตอนสอบเอ็นทรานท์ เด็กที่ไม่เอาไหนมาตั้งแต่ต้น จะได้มีกำลังใจฮึดสู้ ซึ่งเป็นเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อ ของเด็กๆ ที่มีโอกาสที่จะคิดและแก้ตัว เด็กบางคนอาจไม่เคยรู้ศักยภาพของตัวเอง เพราะไม่เคยตั้งใจเรียนหรืออ่านหนังสือมากๆ เพราะ ม.ต้น หรือ ม.ปลาย เป็นชีวิตวัยรุ่น อยู่กับบ้าน สบายๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาไม่ได้คิดถึงอนาคตมากนัก เพราะมี่พ่อแม่คอยสนเอาใจใส่ เด็กส่วนใหญ่จะคิดไม่ออกว่า อยากเรียนดีๆ ได้งานดีๆ เพราะเขาคิดว่าไม่ใช่หน้าที่ ที่จะต้องรับรู้ในเวลานี้ (ที่เขียนมาทั้งหมดข้างบนนี้ ได้ประมวลมาจากเหตุการณ์จริงๆ ที่เกิด กับเพื่อน น้อง และตัวเอง) ส่วนข้อเสนอแนะสำหรับเพื่อปรับปรุงแนวทาง ในการปฏิรูปการศึกษา
1. เน้นพื้นฐานของวิชา แต่ละวิชา (ที่ไม่ต้องยากมากและไม่ซับซ้อน)ให้เด็กเข้าใจจริงๆ
2. พอเด็ก เข้าใจพื้นฐานจริงแล้ว ก็ฝึกปฏิบัติให้มากๆ ไม่ต้องกลัวเสียเวลา ในการปฏิบัติ ค่อยฝึกปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม (อย่าข้ามขั้น เพราะคิดว่าบางขั้นง่ายไม่จำเป็น )
3. การประเมินผลไม่ควรมีแต่การสอบข้อเขียน ให้สอบปฏิบัติด้วย
4. ข้อสอบที่เป็นข้อเขียนให้เน้นประยุกต์ มิใช้จำเพื่อไปสอบอย่างเดียว (ให้เด็กเข้าใจ แล้วทำข้อสอบได้)
5. ส่งเสริมให้เด็กทำกิจกรรมที่หลากหลาย และพอเหมาะ ควรให้ความสำคัญและสนับสนุนกิจกรรมมากๆ (ไม่ใช่เน้นให้เรียนเก่ง มากๆ อย่างเดียว) เพราะเชื่อว่า การที่เด็กมีกิจกรรมที่สร้างสรรค์ จะทำให้เด็กสนุก ไม่คิดหรือมีเวลาที่จะทำอย่างอื่นที่ไม่ดี เช่น เรื่องชู้สาว หรือยาเสพติด และกิจกรรมจะทำให้เด็กคิดเป็น ทำงานกับคนอื่นๆเป็น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการทำงานจริงๆ ไม่ว่าจะทำงานอะไร ( เป็นข้อเสนอแนะในฐานะคนที่จบป.ตรี มา 5 ปี แล้ว และ ตอนนี้กำลังทำงาน และศึกษา ป.โทอยู่ ซึ่งคิดว่าถ้าเป็นนักเรียนแล้ว อยากให้มีการเรียนการสอนแบบนี้ ) ............... สุพัตรา นศ. ป.โท

                     เรียนผู้แสดงความคิดเห็นทุกท่าน....ปฏิรูปการศึกษาของไทยนั้นมีปัญหามากมายโดยเฉพาะหลักสูตร? ( ที่รัฐบอกว่าต้องยืด..หยุน..) ทำให้ดิฉันต้องเห็นใจน้องๆ ที่กำลังเป็นหนูทดลอง ?..อยากจะบอกทุกๆคนจังเลย...การเป็นครูเป็นง่าย..แต่เป็นครูดีของนักเรียนนั้นยากกว่า..
โดยเฉพาะครู Eng และ พละด้วย..แถมยังสอนอยู่บ้านนอกๆๆ..ซึ่งถ้าครูหรือ น.ร.ไม่ไปพบด้วยตาตนเอง..คงไม่รู้หรอกนะว่ามาตรฐาน น.ร.ที่บ้านนอกเป็นอย่างไร เราว่าปฏิรูปการศึกษานะดีอยู่หรอกนะ...มันคงต้องใช้เวลาถึงชั่วชีวิตคนเลยล่ะ...ที่จะประสบผลสำเร็จ...กว่าชาติจะได้พลเมืองที่ดี....เก่ง...และมีความสุขเพรียบพร้อม ด้วยความเป็นไทย..การแก้ปัญหาการศึกษา...ครูสำคัญที่สุด...พร้อมที่จะปรับตัวเองเสียสละหรือยัง...
1.ตั้งใจสอนให้ดีที่สุด
2.สร้างสื่อการสอนให้มากที่สุด (ปัจจุบันนร.ไม่ต้องมีหนังสือแล้วตามที่วิทยากรบอกนะ)
3.ต้องใช้เงินเดือนเพื่อหากระดาษที่ น.ร .เรียกว่า"ใบปลิว"
4.ครูทุกคนต้องเป็นครูแห่งชาติ(ตามที่เบื้องบนต้องการ)
5.ครูทุกคนต้องพัฒนาตนเองให้เป็น อ.3-.....ท้ายสุดครูทุกคนต้องยอมรับในเสียง..ด่า..ก่น...บ่น..เสียดสี..ถึงแม้ว่า...ครูอย่างเราสอน 26 คาบ/สัปดาห์ 3ระดับ ..งานพิเศษ..ธุรการ....งานอนามัย..งานปกครอง...งานคอมพิวเตอร์...ฯลฯ..
น้องๆม.ปลายคงต้องยอมให้เป็นหนูทดลอง..เพราะ......ใคร ................ Piya@chaiyo.com

                     ในฐานะที่เป็นครูสอนอยู่โรงเรียนประจำจังหวัดหนึ่งในภาคกลาง รู้สึกเห็นใจเด็ก ๆ ในเรื่อง GPA และPR เพราะโรงเรียนดิฉันให้เกรดเด็ก ตามความสามารถที่เขาทำได้ ไม่ได้ให้เกรดเฟ้ออย่างบางโรงเรียน การที่เด็กจะได้เกรด 3 หรือ 4 นั้นนั่นหมายถึงเขาต้องเข้าใจและทำได้จริง ๆ ถ้าฝีมือเขาไม่ถึงจะให้ได้อย่างไร จึงดูเหมือนเด็กๆ จะเสียเปรียบเด็กโรงเรียนอื่น เพราะถ้าทำ GPA ได้น้อยเขาจะต้องใช้พลังในการดูหนังสือสอบเอนทรานซ์ ขึ้นอีกหลายเท่าตัว หลังจากได้อ่านความคิดเห็นที่หลากหลาย ความคิดที่ส่งมาทำให้เห็นความไม่ยุติธรรมหลายด้านที่เกิดขึ้นกับเด็ก คนที่รับผิดชอบตรงนี้ น่าจะเอาไปตรองดูใหม่นะคะ การแก้ปัญหาแล้วทำให้เกิดความเสมอภาคกันทุกฝ่าย น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดค่ะ ............... ครูภาคกลาง