w  w  w  .  e  d  u  z  o   n  e  s  .  c  o  m 
คำถามน่ารู้เกี่ยวกับการสอบเข้าสถาบันการศึกษา
ฝ่ายวิชาการ Eduzones

 

ผู้สมัครคัดเลือก จะทราบ GPA และ PR ได้อย่างไร?

ผู้จบปีการศึกษา 2541 และ 2542 ให้ติดต่อขอทราบได้ที่โรงเรียน โรงเรียนจะส่ง GPA และ PR ให้ทบวงมหาวิทยาลัยโดยตรง
      ผู้จบก่อนปีการศึกษา 2541 ให้ติดต่อที่โรงเรียนเช่นกัน โรงเรียนจะคิด GPA ให้ส่วน PR ทบวงมหาวิทยาลัยจะคิดให้โดยเทียบกับผู้จบปีการศึกษา 2541 ของโรงเรียน
ผู้จบการศึกษาจากต่างประเทศหรือโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทย มีสิทธิ์สมัครสอบและสมัครคัดเลือกหรือไม่?
มีสิทธิ์ ก่อนยื่นใบสมัครคัดเลือกให้ติดต่อขอเทียบความรู้ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่กรมวิชาการเสียก่อน และให้นำหลักฐานไปแสดงในวันสมัคร พร้อมกับเอกสารการศึกษาต่างประเทศ หรือหลักฐานการศึกษาที่โรงเรียนจัดทำให้


ตอนสมัครสอบและสมัครคัดเลือกหากใช้วุฒิการศึกษาต่างกัน จะมีสิทธิ์นำคะแนนสอบมาใช้ได้หรือไม่ และจะคิด GPA จากวุฒิใด?

ใช้ได้ แต่ต้องเขียนชื่อ นามสกุล เลขประจำตัวประชาชนให้ถูกต้อง และตรงกันทุกครั้งที่ยื่นใบสมัคร การคิด GPA จะคิดจากวุฒิที่ใช้ในการสมัครคัดเลือก


คะแนนสอบรายวิชาที่ใช้ในการรวมคะแนน จะใช้จากการสอบคนละครึ่งได้หรือไม่?

ได้ เช่น

วิชาสอบ ครั้งที่ คะแนน คะแนนที่ทบวงฯนำไปใช้
2/2542 1/2543
1. ภาษาไทย 28 36 36
2. ภาษาอังกฤษ 50 40 50


เมื่อทราบคะแนนสอบแล้ว จะมีหลักในการเลือกคณะอย่างไร?

ทบวงมหาวิทยาลัยให้เลือกได้ครั้งละ 4 อันดับ การเลือก (คณะ/ประเภทวิชา) ให้ผู้สมัครเลือก
คณะ/ประเภทวิชา ตามความถนัดและสนใจ โดยต้องตรวจตอบคุณสมบัติและเกณฑ์การคัดเลือกของคณะที่เลือกไว้ว่าตนเองมีสิทธิ์เลือกหรือไม่ มิฉะนั้นหากเลือกไปแล้ว เมื่อทบวงมหาวิทยาลัยตรวจพบว่ามีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่กำหนดไว้ จะถูกตัดสิทธิ์ทันที และไม่ได้รับการพิจารณาในอันดับการเลือกนั้น


คุณสมบัติที่กล่าวถึงหมายถึงอะไร มีอะไรบ้าง?

หมายถึง คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์ได้รับการคัดเลือกให้เข้าศึกษาในคณะ/ประเภทวิชาต่างๆ
      มีคุณสมบัติทางการศึกษา โครงสร้างหลักสูตรจำนวนหน่วยกิตที่เรียน การศึกษาภาคปฏิบัติการ
      คุณสมบัติอื่นๆ เช่น ต้องผ่านการฝึกปฏิบัติงานโรงพยาบาลของคณะแพทย์ศาสตร์ เป็นต้น
คุณสมบัติข้างต้น ไม่ได้กำหนดไว้ ทุกคณะ/ประเภทวิชา


เกณฑ์การคัดเลือกที่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้เป็นเป็นอย่างไร ?

คณะ/ประเภทวิชา จะกำหนดรายวิชาที่ผู้สมัครจะต้องสอบ บางคณะจะกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำของแต่ละวิชาหลัก วิชาเฉพาะและเกณฑ์การรวมคะแนนไว้ด้วย เช่น ผู้จะสมัครเข้าศึกษาสาขาวิศวกรรมศาสตร์ ต้องสอบวิชา 01-06, 16 โดยที่คะแนนวิชา 01 02 จะต้องสอบได้คะแนนรวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 แต่ไม่นำไปรวมกับคะแนนวิชาอื่น ในการตัดสินผลการคัดเลือก


จะดูรหัสโรงเรียนได้ที่ไหน ?

ในระเบียบการสมัครสอบ และสมัครคัดเลือก


หากได้รับการคัดเลือกเข้าศึกษาตามระบบโควต้าหรือโครงการพิเศษอื่นได้และต้องการสมัครคัดเลือก ด้วยจะได้หรือไม่ ?

หากต้องการสมัครคัดเลือก ต้องสละสิทธิ์ที่ได้รับการคัดเลือก ระบบโควต้าหรือโครงการพิเศษก่อนให้เรียบร้อย ก่อนวันสุดท้ายของการสมัครคัดเลือก แล้วจึงยื่นใบสมัครคัดเลือก


กำลังเรียนมหาวิทยาลัย ปี 1 อยู่ จะมีสิทธิ์สมัครสอบคัดเลือกโดยใช้คะแนนที่เคยสอบไว้ได้หรือไม่?

ในปีการศึกษา 2543 ยังมีสิทธิ์สมัครคัดเลือก และใช้คะแนนเดิมได้เพราะตามระเบียบคุณสมบัติ ของผู้สมัครคัดเลือกได้ระบุว่า ผู้มีสิทธิ์สมัคร ต้องเป็นผู้ศึกษาไม่เกินชั้นปีที่ 1 ในมหาวิทยาลัยของรัฐ สังกัดทบวงมหาวิทยาลัย


นักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้น ม. 4 และ ม. 5 มีสิทธิ์สมัครสอบเอนทรานซ์ไหม?

ผู้มีสิทธิ์สมัครสอบ คือ ผู้ที่กำลังเรียนอยู่ในชั้น ม. 6 หรือเทียบเท่า ผู้ที่จบ ม. 6 หรือเทียบเท่า ผู้ที่เรียน กศน. ต้องเรียนเทอมสุดท้าย สำหรับนักเรียนที่เรียนอยู่ชั้น ม. 4 ม. 5 ถ้าไม่ได้เรียนอยู่ กศน. เทอมสุดท้ายไม่มีสิทธิ์สมัครค่ะ

ทบวงมหาวิทยาลัย จะใช้วิธีคัดเลือกนิสิตนักศึกษา ระบบใหม่นี้ไปอีกนานเท่าไร?

ทบวงฯ จะใช้วิธีคัดเลือกแบบใหม่นี้ อย่างน้อย 3-5 ปี โดยทบวงฯ จะศึกษาวิจัยข้อดี ข้อเสียของระบบดังกล่าว ถ้าปรากฎว่ามีผลดีคือ มหาวิทยาลัย /สถาบัน ได้นิสิตนักศึกษามีคุณภาพเหมาะสมกับสาขาวิชาที่เรียน นักเรียนให้ความสนใจเรียนตามหลักสูตร โรงเรียนมีการพัฒนาการเรียนการสอน และผลการเรียน (คะแนน) เฉลี่ยสะสม ตลอดหลักสูตรของโรงเรียนมีมาตรฐาน เป็นที่เชื่อถือ และยอมรับของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งมหาวิทยาลัย / สถาบันและผู้ปกครอง ก็จะใช้ระบบใหม่นี้ต่อไป โดยอาจเพิ่มค่าน้ำหนักคะแนนของผลการเรียน ม. ปลาย เพิ่มขึ้นโดยพิจารณานำค่าสถิติต่าง ๆ ของผลการเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย และผลงานของนักเรียน ตลอดจนคำรับรองของโรงเรียน มาประกอบการพิจารณามากขึ้น และลดค่าน้ำหนักคะแนนของผลการสอบของทบวงฯ ลง ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการสอบ Entrance ระบบใหม่ ทบวงมหาวิทยาลัยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า 3 ปีค่ะ

ในกรณีที่ผู้ให้คะแนนเป็นลำดับที่สุดท้าย มีคะแนนเท่ากันหลายคน จะมีวิธีคัดเลือกอย่างไร?
ในกรณีที่ผู้สอบได้คะแนนเป็นลำดับสุดท้ายมีคะแนนเท่ากันหลายคน ทำให้มีจำนวนมากกว่า จำนวนที่ประกาศรับ ทบวงมหาวิทยาลัยจะสอบถามคณะนั้น ๆ ว่าจะรับได้ทั้งหมดหรือไม่ ถ้ารับได้ ทบวงฯ จะคัดเลือกไว้ทั้งหมด ถ้าคณะรับไม่ได้ทั้งหมด จะตัดผู้ที่คะแนนเท่ากันออกทั้งหมด โดยปกติคณะทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ และวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ซึ่งจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ในการเรียน มักจะไม่รับเกินจำนวนที่ประกาศรับ สำหรับสาขาวิชาทางด้านมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ สามารถรับได้ทั้งหมด

ผู้ที่สอบเอนทรานซ์ไม่ผ่าน มีสิทธิ์ได้สอบใหม่ในปีต่อไปกี่ครั้ง สำหรับเอนทรานซ์ระบบใหม่?
ตรงนี้ ทางทบวงมหาวิทยาลัยยังไม่มีข้อกำหนดขึ้นมาถึงการมีสิทธิ์สอบได้กี่ครั้ง แต่การสอบเอนทรานซ์ระบบใหม่ ทางทบวงมหาวิทยาลัยจะเก็บคะแนนสอบครั้งที่ดีที่สุดไว้ใช้ได้ 3 ปี เพื่อสมัครเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยครั้งต่อไป เมื่อครบ 3 ปี ทางทบวงมหาวิทยาลัยก็จะตัดสิทธิ์ของคะแนนนั้นทิ้งไป

ถ้าเราสอบเข้าสถาบันอื่น ๆ แล้ว อยากจะสอบเอนทรานซ์ใหม่ในปีต่อไป ต้องลาออกจากสถาบันเดิมก่อนหรือเปล่า หรือว่าไปสอบได้เลย โดยไม่ต้องลาออก?
มีอยู่ 2 กรณีค่ะคือ
          • กรณีแรก ถ้าเราเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยเปิด หรือมหาวิทยาลัยเอกชน หรือสถาบันอื่น ๆ ที่ขึ้นอยู่กับกระทรวงศึกษาธิการ อาทิเช่น สถาบันราชภัฎ จะต้องดูข้อกำหนดของแต่ละสถาบันนั้น ๆ ด้วยว่า อนุญาตให้สมัครสอบได้หรือไม่ (แต่โดยส่วนใหญ่ไม่ต้องลาออก)
          • กรณีที่สอง ถ้าเราเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยปิด เรียนจบ ปี 1 กำลังจะขึ้นปี 2 สามารถสอบเอนทรานซ์ได้ โดยไม่ต้องลาออกเช่นกัน แต่ถ้าเรียนอยู่ในชั้นปีที่ 2 กำลังจะขึ้นปีที่ 3 จะต้องลาออกจากมหาวิทยาลัยก่อน จึงจะมีสิทธิ์เอนทรานซ์ใหม่ได้ค่ะ

ทบวงมหาวิทยาลัยจะจัดสอบวิชาหลักและวิชาเฉพาะเมื่อไร?

สอบวิชาหลักปีละ 2 ครั้ง เดือนมีนาคมและเดือนตุลาคม และสอบวิชาเฉพาะปีละ 1 ครั้งในเดือนตุลาคมค่ะ

เดือนตุลาคม นักเรียน ม. 6 เรียนจบ 5 เทอม ข้อสอบวิชาหลักออกตามหลักสูตร 5 เทอม ใช่หรือไม่?

ไม่ใช่ ข้อสอบของทบวงฯ ทั้ง 2 ครั้ง จะออกตามหลักสูตร ชั้น ม. ปลาย ของกระทรวงศึกษาธิการทั้งหมด (ทั้ง 6 เทอม)

ในการสอบแต่ละครั้ง นักเรียนจำเป็นต้องสอบครบทุกวิชาตามที่กำหนดแต่ละคณะกำหนดใช่หรือไม่?

ไม่ใช่ค่ะ ขึ้นกับความพร้อม และความต้องการของนักเรียนแต่ละคน นักเรียนจะสอบทั้ง 2 ครั้ง หรือสอบครั้งเดียวก็ได้ และจะสอบครั้งละกี่วิชาก็ได้เช่นเดียวกัน

วิชาเฉพาะสอบเดือนตุลาคมครั้งเดียว ถ้าสอบไม่ผ่าน ก็จะไม่มีโอกาสแก้ตัวและไม่มีสิทธิ์สมัครเข้าคณะนั้น ๆ ใช่หรือไม่?

ใช่ค่ะ การสอบวิชาเฉพาะเป็นการวัดทักษะที่สั่งสมอยู่ในตัวนักเรียน และใช้เวลาในการพัฒนา ถ้านักเรียนสอบเดือนตุลาคมไม่ผ่าน รู้ผลเดือนพฤศจิกายน สอบใหม่เดือนมีนาคม เวลา 2-3 เดือน ก็จะไม่สามารถพัฒนาทักษะได้ ถ้าไม่มีพื้นฐานมาก่อน ดังนั้น การเลือกคณะจึงควรเลือกคณะที่เรามีความถนัด มีทักษะจริง ๆ

ถ้าเดือนตุลาคมได้คะแนนไม่ดี ต้องการสอบใหม่เดือนมีนาคม ต้องสมัครใหม่และเสียค่าสมัครใหม่ ใช่หรือไม่?

ใช่ การสอบทุกครั้ง ต้องยื่นใบสมัคร และเสียค่าสมัคร ตามอัตราที่กำหนดทุกครั้ง

เมื่อสอบเสร็จแล้ว ทบวงฯ จะประกาศผลการสอบให้ผู้เข้าสอบทราบได้อย่างไร?

ทบวงฯ จะแจ้งคะแนนให้ผู้เข้าสอบโดยตรงทางไปรษณีย์ และแจ้งให้โรงเรียนที่นักเรียนเรียนอยู่ทราบด้วยภายใน 1 เดือน หลังจากสอบเสร็จ

ระบบใหม่ นักเรียนที่เรียนหลักสูตรการศึกษานอกโรงเรียน มีสิทธิ์สมัครเข้ามหาวิทยาลัย/สถาบันหรือไม่?

มี แต่ต้องมีคุณสมบัติตามที่มหาวิทยาลัย/สถาบัน กำหนด เช่น คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กำหนดคุณสมบัติทางการศึกษาของผู้สมัครว่า "ต้องศึกษารายวิชาในหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย ครบตามเกณฑ์ที่กำหนด มีรายละเอียดดังนี้ หลักสูตรการศึกษาในโรงเรียน ในหมวดวิชาเลือกเสรี ให้รวมวิทยาศาสตร์ (โครงสร้าง 2) 25 หน่วยการเรียน หลักสูตรการศึกษานอกโรงเรียน ให้ศึกษารายวิชาต่าง ๆ เทียบเท่าเกณฑ์ สำหรับหลักสูตรการศึกษาในโรงเรียน สำหรับวิชาวิทยาศาสตร์ให้แสดงหลักฐานว่า ได้ศึกษาภาคปฏิบัติการเทียบเท่าหลักสูตรการศึกษาในโรงเรียน" แต่ถ้าเป็นคณะ / ประเภทวิชาที่มิได้กำหนดไว้ก็สามารถสมัครได้ทุกคณะค่ะ โดยใช้ผลการเรียนของการศึกษานอกโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนที่เป็นศูนย์สอบจะออกเอกสารให้เหมือนโรงเรียนปกติ

นักเรียนที่มีผลการเรียนไม่ถึง 2.00 จะมีโอกาสสอบเข้ามหาวิทยาลัย/สถาบันได้หรือไม่?

ผลการเรียน ม.ปลาย แต่เพียงอย่างเดียว คงไม่สามารถบอกได้ ขึ้นอยู่กับการเตรียมตัว ปรับปรุงตนเองของแต่ละคน รวมถึงการเลือกคณะที่มีความเหมาะสมกับความรู้ความสามารถของตน เพราะมีนักเรียนเป็นจำนวนไม่น้อยที่มีผลการเรียนต่ำ เลือกคณะที่มีคะแนนสอบไม่สูง แต่ทำข้อสอบได้ดี ใกล้เคียงกับความสามารถของตนเอง ในทางกลับกัน มีนักเรียนที่เรียนดี แต่สอบไม่ติดก็ดี จึงไม่ควรกังวลกับผลการเรียน ควรเตรียมตัวดูหนังสือสอบให้พร้อมจะดีกว่า

นักเรียนสายวิทย์ จะสอบสายศิลป์ได้หรือไม่?

ได้ ทั้งนี้เพราะคณะ/ประเภทวิชาที่สอบสายศิลป์ ส่วนใหญ่ไม่ได้กำหนดคุณสมบัติทางการศึกษา แต่สายวิทย์ในบางคณะ มีการกำหนดคุณสมบัติทางการศึกษาไว้ เช่น คณะแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ฯลฯ จะกำหนดรายวิชาที่ต้องเรียนไว้ ดังนั้น ผู้ที่มิได้เรียนในรายวิชาตามที่ทางมหาวิทยาลัย/สถาบันกำหนด ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะสมัครในคณะนั้น ๆ ได้ ในทางกลับกัน นักเรียนสายศิลป์ก็มีสิทธิ์ที่จะสมัครคณะวิชาทางสายวิทย์ได้เช่นกัน ถ้าในคณะนั้น ๆ ไม่มีการกำหนดรายละเอียดวิชาที่ต้องเรียนไว้ และนักเรียนมีทักษะมีความรู้ที่จะสอบในวิชาหลักที่ทางคณะกำหนดให้สอบได้

นักเรียนที่ไปต่างประเทศตามโครงการแลกเปลี่ยน 1 ปี จะคิดคะแนนจริงอย่างไร?
คิดเฉพาะ 2 ปีที่เรียนในเมืองไทย แต่นับหน่วยการเรียนชั้นปีที่ไม่ได้เรียนให้ ทั้งนี้ โครงการแลกเปลี่ยนดังกล่าว จะต้องเป็นโครงการที่กระทรวงศึกษาธิการให้ความเห็นชอบเท่านั้น

นักเรียนที่ย้ายโรงเรียน หรือย้ายแผนการเรียน จะมีปัญหาในการคิดคะแนนผลการเรียน ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายหรือไม่?
การคิดคะแนนผลการเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย แต่ละโรงเรียนจะเป็นผู้คิดคำนวณให้ตามเกณฑ์ และวิธีการที่กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการกำหนด เมื่อโรงเรียนอนุมัติให้นักเรียนสำเร็จการศึกษาก็แสดงว่า นักเรียนเรียนครบวิชาตามหลักสูตรและโรงเรียนก็สามารถคิดคำนวณผลการเรียนให้ได้ ไม่มีปัญหาอะไร

นักเรียนที่สอบคัดเลือกฯ ปี 2542 ไม่ได้ หรือผู้ที่จบมัธยมศึกษาตอนปลายก่อนปี 2542 มีสิทธิ์สอบระบบใหม่หรือไม่?
มีสิทธิ์ที่จะสมัครสอบเหมือนเดิม แต่ต้องนำผลการเรียน ม.ปลาย มาใช้ในการสมัครเข้าศึกษาต่อด้วย

เนื่องจากในปัจจุบันโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายยังมีมาตรฐาน และความพร้อมแตกต่างกันมาก ทำให้ผลการเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือคะแนนของแต่ละโรงเรียนมีมาตรฐานแตกต่างกัน การนำผลการเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย มาใช้ประกอบการคัดเลือกจะทำให้เกิดความเป็นธรรม หรือไม่?
ทบวงมหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องตระหนักถึงความแตกต่างในมาตรฐาน และความพร้อมของโรงเรียนทั่วประเทศ และการวัดผลของแต่ละโรงเรียนก็มีมาตรฐานแตกต่างกัน แต่เพื่อเป็นการช่วยกระตุ้น และเป็นการส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาการเรียนการสอนและการวัดผลของโรงเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายของหลักสูตรยิ่งขึ้น ทบวงมหาวิทยาลัยโดยความเห็นชอบของ มหาวิทยาลัย/สถาบันที่เกี่ยวข้อง จึงเห็นสมควรให้นำผลการเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายมาใช้ในการคัดเลือก นิสิตนักศึกษา โดยให้ค่าน้ำหนักคะแนนในระยะแรกนี้ (3-5 ปี) ร้อยละ 10 ซึ่งพิจารณาจากผลการเรียนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร ของนักเรียนแต่ละคน ม.ปลาย ในโรงเรียนเดียวกันอีกร้อยละ 5 เพื่อให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ อันเรื่องมาจากความแตกต่างในมาตรฐานของผลการเรียนของแต่ละโรงเรียนน้อยที่สุด










[ หน้าหลัก ] [ สมัครสมาชิก ] [ ปรึกษา...คณาจารย์ ] [ เลือกคณะEntrance ]
[ Ent'Data ] [ U for You ] [ Quiz Zone ] [ ห้องวิชาการ ]
[ นานาสาระ ] [ Ezine ] [ Link ] [ ติดต่อwebmaster]