w  w  w  .  e  d  u  z  o   n  e  s  .  c  o  m

มหาวิทยาลัยนอกระบบ

เกสร สิทธิหนิ้ว (จากนิตยสารสารคดี )  


    
         นับถอยหลังอีกเพียงสามปีเศษก็จะถึงวันที่รัฐบาลขีดเส้นตายให้มหาวิทยาลัยของรัฐทุกแห่งต้องปรับเปลี่ยนตัวเองสู่การเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า มหาวิทยาลัยนอกระบบ  

  การปรับเปลี่ยนดังกล่าว หมายถึง การที่มหาวิทยาลัยของรัฐทุกแห่งจะต้องเปลี่ยนระบบการบริหารและจัดการภายในมหาวิทยาลัยจากเดิมที่เป็นไปตามระเบียบราชการที่รัฐบังคับใช้กับทุกหน่วยราชการ ไปเป็นการบริหารจัดการตนเองโดยอยู่ในการกำกับของรัฐ ซึ่งหมายถึงว่ามหาวิทยาลัยจะมีอิสระมากขึ้นทั้งในด้านการบริหารบุคคลและเป็นอิสระจากระเบียบการเบิกจ่ายเงินในระบบราชการแบบเดิม ทั้งนี้มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งจะต้องร่างพระราชบัญญัติของตนขึ้นเพื่อใช้ในการบริหารและจัดการตนเองผ่านทางสภามหาวิทยาลัย โดยทบวงมหาวิทยาลัยจะมีหน้าที่เพียงกำกับดูแลเฉพาะใน่วนของนโยบายและแผนงานหลัก และมีสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีงบประมาณเท่านั้น

     แม้จะไม่ใช่เรื่องใหม่ในสังคมไทยเพราะมีการพูดถึงเรื่องนี้มากกว่า 30 ปีแล้ว แต่ดูเหมือนว่ากระแสความเปลี่ยนแปลงเพื่อเดินหน้าสู่การเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐในช่วงเวลานี้จะชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากที่สุด โดยมีข้อตกลงระหว่างรัฐบาลกับธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank ADB) เมื่อสองปีก่อนเป็นตัวผลักดัน

    27 มกราคม 2541 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบเงื่อนไขการกู้เงินจากธนาคารพัฒนาเอเชียเงื่อนไขดังกล่าวกำหนดไว้ว่ามหาวิทยาลัยของรัฐทุกแห่งต้องเปลี่ยนสถานภาพเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐภายในปี 2545

     หลังจากร่างหลักการเสนอแผนและขั้นตอนการดำเนินงานแล้ว 25 พฤษภาคม 2542 ทบวงมหาวิทยาลัยก็ได้รวบรวมแผนปฏิบัติการทั้งหมดเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี แผนปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการกำหนดระยะเวลาในการจัดทำร่างพระราชบัญญัติของแต่ละมหาวิทยาลัยให้แล้วเสร็จ เพื่อพร้อมที่จะออกนอกระบบภายในปี 2545

      คงปฏิเสธไม่ได้ว่าความอึมครึมส่อเค้าขึ้นหลังจากปรากฏความขัดแย้งเป็นสองขั้วในแวดวงชาวมหาวิทยาลัยเอง

     ฝ่ายหนึ่งเชื่อว่าหากมหาวิทยาลัยออกนอกระบบจะทำให้การบริหารงานคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งไม่เพียงทำให้มหาวิทยาลัยอยู่รอดเท่านั้นแต่จะนำไปสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการมากกว่าระบบเดิม

     ขณะที่อีกฝ่ายมองไปที่เสรีภาพทางการวิชาการและการดำรงไว้ซึ่งปรัชญาของมหาวิทยาลัยในการเป็นสถาบันที่มุ่งผลิตบัณฑิตให้มีจิตสำนึกต่อสังคมเพื่อนำความรู้ไปพัฒนาบ้านเมือง เป็นขุมปัญญาของสังคมทั้งในการวิจัยและผลิตผลงานวิชาการเพื่อสร้างสรรค์สังคมต่อไปทั้งยังเชื่อว่าความมีประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการบริหารจัดการมหาวิทยาลัยเกิดขึ้นได้โดยไม่จำเป็นต้องออกนอกระบบหรืออาศัยหลักการตลาดหรือระบบการบริหารงานแบบองค์กรธุรกิจ

     การปรับเปลี่ยนให้มหาวิทยาลัยของรัฐออกนอกระบบในครั้งนี้มิใช่เพียงมหาวิทยาลัยเท่านั้นที่ต้องคิดและตัดสินใจ หากแต่เป็นโจทย์ที่สังคมต้องขบคิดร่วมกัน เพื่อสังคมและมหาวิทยาลัยจะยังคงเป็นสิ่งซึ่งตอบสนองและรังสรรค์ประโยชน์ซึ่งกันและกันตลอดไป

 









  [ หน้าหลัก ]

[ สมัครสมาชิก ]

[ ปรึกษา...คณาจารย์ ]

[ เลือกคณะEntrance ]

  [ Ent'Data ]

[ U for You ]

[ Quiz Zone ]

[ ห้องวิชาการ ]

  [ นานาสาระ ]

[ Ezine ]

[ Link ]

[ ติดต่อwebmaster]