ezban.jpg (12931 bytes)

w  w  w  .  e  d  u  z  o   n  e  .  t  h  .  e  d  u 

ข้อมูล Entrance

EduZone Staff  

 

       วิธีการคำณวนค่า GPA        วิธีการคำณวนค่า Percentile

คำถามน่ารู้เกี่ยวกับการสอบเข้าสถาบันอุดมศึกษา

 

การคิดคะแนนในการคัดเลือก

การคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ทบวงมหาวิทยาลัย ได้กำหนดให้พิจารณาคัดเลือกผู้สมัครจาก

    1. ผลการเรียนตลอดหลักสูตรระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า มีค่าน้ำหนักร้อยละ 10
    2. ผลการสอบวิชาหลักและวิชาเฉพาะ ให้ค่าน้ำหนักรวมกันร้อยละ 90
    3. ผลการสอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกาย เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาความพร้อมและความเหมาะสมก่อนการรับเข้าศึกษา ไม่คิดค่าน้ำหนักคะแนน

ในกรณีที่คณะ/ประเภทวิชากำหนดสัดส่วนค่าน้ำหนักระหว่างคะแนนวิชาหลักและคะแนนวิชาเฉพาะ ให้คิดตามที่คณะ/ประเภทวิชานั้น ๆ กำหนด

การคิดคะแนนสอบวัดความรู้ (วิชาหลักและวิชาเฉพาะ)
คะแนนทุกวิชาที่นำมาคิดจะต้องผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำที่คณะ/ประเภทวิชานั้น ๆ กำหนด

1.คณะ/ประเภทวิชาที่กำหนดให้สอบวิชาหลักอย่างเดียว

วิธีคิด

    1. รวมคะแนนตามเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรณีที่มีการกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำ ให้ตรวจดูว่าคะแนนวิชานั้น ๆ ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำหรือไม่ หากไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำจะไม่ได้รับการพิจารณา
    2. ทุกวิชามีคะแนนเต็มวิชาละ 100 คะแนน

ตัวอย่างเช่น

ลำดับ

คณะ/ประเภทวิชา

มหาวิทยาลัย/สถาบัน

วิชาหลัก

ที่สอบ

คะแนนรวม

วิชาหลัก

1

2

3

คณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาฟิสิกส์

คณะเศรษฐศาสตร์

คณะสังคมศาสตร์ วิชาเอกการตลาด

จุฬา

เชียงใหม่

มศว.

01* 02* 03** 04 05 06

01 02 03 04

01 02 03 09

300

400

400

หมายเหตุ

1. ต้องสอบ 01* 02* ให้ได้คะแนนรวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 แต่ไม่นำคะแนนไปรวมกับคะแนนวิชาอื่น
2. ต้องสอบ 03** ให้ได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 แต่ไม่นำคะแนนไปรวมกับคะแนนวิชาอื่น

2. คณะ/ประเภทวิชา ที่กำหนดให้สอบวิชาหลักและวิชาเฉพาะ

วิชาเฉพาะทุกวิชาจะมีคะแนนเต็ม 100 คะแนน ในการนำมาคำนวณเพื่อใช้พิจารณาคัดเลือกผู้สมัคร คะแนนวิชาเฉพาะจะถูกแปลงไปตามค่าน้ำหนักที่คณะ/ประเภทวิชานั้น ๆ กำหนด ซึ่งอาจจะทำให้คะแนนที่แปลงแล้วมีค่ามากกว่า เท่ากับหรือน้อยกว่าคะแนนที่สอบได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับค่าน้ำหนักของวิชาหลัก วิชาเฉพาะที่กำหนดไว้ และจำนวนวิชาที่กำหนดให้สอบ

วิธีคิด

    1. รวมคะแนนวิชาหลัก ตามเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดไว้
    2. แปลงคะแนนวิชาที่สอบได้ ตามค่าน้ำหนักที่คณะ/ประเภทวิชากำหนดไว้ ในการแปลงคะแนนจะใช้คะแนนเต็มและค่าน้ำหนักของวิชาหลักเป็นหลักใน

การคำนวณ

ตัวอย่างการคิดคะแนนในสาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ กำหนดให้สอบวิชา 01** 02** 03 04 06 และ 07 โดยมีเกณฑ์ขั้นต่ำแต่ละวิชาเป็น 30 คะแนน (วิชา 01 และ 02 ไม่นำไปรวมกับคะแนนวิชาอื่น) และกำหนดให้วิชาหลัก (03 04 06) มีค่าน้ำหนักร้อยละ 60 วิชาเฉพาะ (17) มีค่าน้ำหนักร้อยละ 30 จะมีคะแนนเต็มเป็น 450 คะแนน ตามวิธีคิดดังนี้

ขั้นที่ 1 หาคะแนนเต็มของวิชาเฉพาะ โดยเทียบจากคะแนนเต็มและค่าน้ำหนักของวิชาหลัก
คะแนนวิชาหลัก 60% คิดเป็นคะแนนเต็ม (03 04 06) 300 คะแนน
คะแนนวิชาเฉพาะ 30% จะคิดเป็นคะแนนเต็ม = 150 คะแนน

หมายความว่า เมื่อคิดตามค่าน้ำหนักวิชาเฉพาะที่กำหนดไว้เป็นร้อยละ 30 คะแนนสอบวิชาความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์ (17) ที่มีคะแนนเต็ม 100 คะแนน จะถูกแปลงเป็น 150 คะแนน

ขั้นที่ 2 หาคะแนนเต็มของวิชาหลัก และวิชาเฉพาะ โดยนำคะแนนของวิชาหลักรวมกับคะแนนวิชาเฉพาะที่แปลงตามค่าน้ำหนักแล้ว ดังนั้นคะแนนเต็มในคณะ/ประเภทวิชานี้เป็น 450 คะแนน คือ วิชาหลัก (คิดจาก 03 04 06) เป็น 300 คะแนน และวิชาเฉพาะ (17) เป็น 150 คะแนน

ตัวอย่าง
สมมติให้ผู้สมัครสอบได้คะแนน 01 = 44, 02 = 35, 03 = 40, 04 = 55, 06 = 52, 17 = 50
จะได้คะแนนเป็นดังนี้
คะแนนวิชาหลัก นำคะแนนวิชา   03 04 06 มารวมกัน  (คะแนนวิชา 01 และ 02
แต่ละวิชาได้มากกว่า 30 คะแนน   ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดไว้   แต่ไม่รวมกับคะแนนวิชาอื่น)
จะได้คะแนนเป็น40+55+52=147 คะแนน
คะแนนวิชาเฉพาะ นำคะแนนวิชา 17 มาแปลงตามค่าน้ำหนัก
คะแนน 100 คะแนน เมื่อคิดตามค่าน้ำหนักแล้วจะมีค่า 150 คะแนน
คะแนน   50 คะแนน เมื่อคิดตามค่าน้ำหนักแล้วจะมีค่า    75 คะแนน
ดังนั้น ผู้สมัครได้คะแนนสอบรวมทั้งสิ้นเป็น 147+75 =222 คะแนน จากคะแนนเต็ม
ในคณะนี้ 450 คะแนน

ตัวอย่างการคิดคะแนนคณะจิตกรรมฯ มหาวิทยาลัยศิลปากร
คณะจิตรกรรมฯ มหาวิทยาลัยศิลปากร กำหนดให้สอบวิชา 01 02 03 29 30 (วิชา 29 และ 30 มีเกณฑ์ขั้นต่ำวิชาละ 50 คะแนน) และกำหนดให้วิชาหลัก (01 02 03) มีค่าน้ำหนักร้อยละ 40 วิชาเฉพาะ (29 30) มีค่าน้ำหนักร้อยละ 50 จะมีคะแนนเต็มเป็น 675 คะแนน ตามวิธีคิด ดังนี้

ขั้นที่ 1 หาคะแนนเต็มของวิชาเฉพาะ โดยเทียบจากคะแนนเต็มและค่าน้ำหนักของวิชาหลัก
คะแนนวิชาหลัก 40% คิดเป็นคะแนนเต็ม (01 02 03) 300 คะแนน
คะแนนวิชาเฉพาะ 50% ะคิดเป็นคะแนนเต็ม = 375 คะแนน

หมายความว่า
เมื่อคิดตามค่าน้ำหนักวิชาเฉพาะที่กำหนดไว้เป็นร้อยละ 50 คะแนน
สอบวิชาวาดเส้น (29) และองค์ประกอบศิลป์ (30) ที่มีคะแนนเต็ม 200 คะแนน จะถูกแปลงเป็น
375 คะแนน

ขั้นที่ 2 หาคะแนนเต็มของวิชาหลักและวิชาเฉพาะโดยนำคะแนนของวิชาหลักรวมกับคะแนนวิชาเฉพาะ
ที่แปลงตามค่าน้ำหนักแล้ว ดังนั้นคะแนนเต็มในคณะ/ประเภทวิชานี้เป็น 675 คะแนน คือ วิชาหลัก (คิดจาก 01 02 03) เป็น 300 คะแนน และวิชาเฉพาะ (29 30) เป็น 375 คะแนน

ตัวอย่าง สมมติให้ผู้สมัครสอบได้คะแนนดังนี้
01=44, 02=35, 03=40, 29=65, 30=60      จะได้คะแนนเป็นดังนี้
คะแนนวิชาหลัก นำคะแนนวิชา 01 02 03   มารวมกันจะได้คะแนนวิชาหลักเป็น
(44+35+40) 119 คะแนน
คะแนนวิชาเฉพาะ นำคะแนนรวมของวิชา 29 30 มาแปลงตามค่าน้ำหนัก
(คะแนนรวมของวิชา 29 30 จะต้องผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำวิชาละ 50 คะแนน)
คะแนนวิชาเฉพาะ 200 คะแนนเมื่อคิดตามค่าน้ำหนักแล้วจะมีค่าเป็น 375 คะแนน
คะแนนวิชาเฉพาะนำคะแนนวิชาเฉพาะ 125 คะแนนเมื่อคิดตามค่าน้ำหนักแล้วจะค่าเป็น
คะแนน  =  234.37  คะแนน

ดังนั้น ผู้สมัครได้คะแนนสอบรวมทั้งสิ้นเป็น 119 + 234.37 = 353.37 คะแนน จากคะแนนเต็มในคณะนี้ 675 คะแนน

การคิดคะแนนจากคะแนนสอบวัดความรู้และคะแนนผลการเรียนตลอดหลักสูตร (GPA + PR)
ผลการเรียนตลอดหลักสูตรระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า จะนำมาใช้ในสัดส่วนร้อยละ 10 ของคะแนน รวมทั้งหมด โดยจะนำมาจากคะแนนเฉลี่ยระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (GPA) ร้อยละ 5 และตำแหน่งของเปอร์เซ็นต์ไทล์ (PR) อีกร้อยละ 5

การคิดคะแนนในส่วนนี้ให้คิดเทียบจากคะแนนรวมที่ได้จากการสอบวิชาหลักและวิชาเฉพาะ ที่มีค่าน้ำหนักร้อยละ 90

ตัวอย่าง 1
คะแนนรวมจากการสอบวิชาหลักและวิชาเฉพาะ เป็น 675 คะแนน
สัดส่วน 90 % คิดเป็นคะแนน 675 คะแนน
สัดส่วน 10 % คิดเป็นคะแนน คะแนน

ดังนั้น คะแนนจาก GPA และ PR ซึ่งนำมาใช้ส่วนละ 5 % จะมีค่า = 37.50 คะแนน
คะแนนรวมที่นำมาใช้ในการตัดสิน = คะแนนจากการสอบวัดความรู่ + คะแนนจาก GPA และ PR
= 675 + 75 = 750 คะแนน

 

วิธีการคำณวนค่า GPA
1. ทบวงมหาวิทยาลัยจะนำค่าGPAของผู้สมัครคัดเลือกทุกคนในปีการศึกษานั้นไปคำนวณหาค่าเฉลี่ย        และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD)
2. แปลง GPA ของผู้สมัครแต่ละคนเป็นคะแนน Z
3. นำคะแนน Z ที่ได้ไปหา Probability โดยเปิดตารางโค้งปกติ (Standard Normal Probability     Distribution ) จะได้ค่าคะแนนของ GPA ในสเกลของเส้นโค้งปกติมาตรฐาน
4. คำนวณหาค่าคะแนนร้อยละ 5 ของ GPA โดยนำค่าProbability ที่คำนวณได้จากข้อ 3 มาคูณค่าคะแนนเต็มของ GPA ในรูปแบบการคัดเลือกฯ ของคณะ / ประเภทวิชานั้น ๆ
ดังนั้น ผู้สมัครที่เลือกสมัครเข้าศึกษาในคณะ / ประเภทวิชาที่มีคะแนนรวมในส่วนที่ได้จากการสอบวัดความรู้ฯ ของทบวงมหาวิทยาลัย (วิชาหลักและวิชาเฉพาะ) และนำมาใช้ในการพิจารณาคัดเลือกในสัดส่วนร้อยละ 90 จะมีคะแนนที่คิดจากค่า GPA แตกต่างกัน

ตัวอย่าง
ผู้สมัครมีผลการเรียนเฉลี่ย (Xi) = 2.50
ค่าเฉลี่ยของ GPA ของผู้สมัครทั้งหมด = 2.25
ให้ค่า SD ของ GPA ของผู้สมัครทั้งหมด (SD) = 0.51

วิธีคิด

1. แทนค่าในสูตร ได้ดังนี้ คะแนน Z ของผู้สมัคร = 0.4902
2. นำคะแนน Z ไปหาค่า probability โดยเปิดตารางโค้งปกติ จะได้เป็นค่า 0.6879
3. หาค่าคะแนน GPA ในสัดส่วน 5 % โดยพิจารณาจากคณะ / ประเภทวิชา ที่เลือก เช่น

อัน

ดับ

คณะ / ประเภทวิชา

คะแนนรวม

วิชาหลัก + วิชาเฉพาะ

(90 %)

คะแนน

GPA(5%)

คะแนน

PR (5%)

คะแนนรวม

(100 % )

1 สถาปัตยกรรมศาสตร์ (สจล.)

450

25.00

25.00

500.00

2 วิทยาศาสตร์ สาขาวิชาฟิสิกส์ (จฬ.)

300

16.67

16.67

333.34

3 จิตรกรรมฯ (มศ.)

675

37.50

37.50

750.00

ในการ แปลงค่า GPA เป็นคะแนน ให้นำค่า Probability คูณกับคะแนนเต็ม GPA (5 %)
ของคณะ / ประเภทวิชา นั้น
ค่า GPA ที่นำมาคิดในอันดับการเลือกที่ 1 จะเป็น 0.6879 x 25.00 = 17.20 คะแนน
ค่า GPA ที่นำมาคิดในอันดับการเลือกที่ 2 จะเป็น 0.6879 x 16.67 = 11.47 คะแนน
ค่า GPA ที่นำมาคิดในอันดับการเลือกที่ 3 จะเป็น 0.6879 x 37.50 = 25.80 คะแนน

 

วิธีคำนวณค่า PR
การแปลงค่า PR ใช้วิธีการแบ่งช่วง ตำแหน่ง PR โดยเรียงลำดับจากตำแหน่งน้อยไปหามากเป็น 20 ช่วง โดยเริ่มตั้งแต่ 0.01 – 5.00, 5.01 – 10.00, ……. ไปจนถึง 95.01 - 99.99

วิธีคิด มีหลักเช่นเดียวกับการคิดคะแนน GPA โดยพิจารณาจากคณะ / ประเภทวิชา ที่เลือกเข้าศึกษา ค่า PR จะเปลี่ยนแปลงไปตามคณะ / ประเภทวิชานั้น ๆ

    1. เทียบค่า PR ที่ได้ว่าอยู่ใน PR ช่วงใด
    2. นำคะแนนเต็มของค่า PR มาแบ่งเป็น 20 ช่วง แล้วหาว่าช่วง PR ในแต่ละช่วง จะมีค่าเท่าใด
    3. นำค่าที่หาได้ในข้อ 2 มาคูณกับช่วงของ PR ที่ได้จากข้อ 1

    4. ตัวอย่าง ได้ค่า GPA = 2.50, PR = 57.80

      วิธีคำนวณ

    1. เทียบ PR ที่ได้ ตามที่แบ่งช่วงไว้ 20 ช่วง จะตรงกับช่วงที่ 12
    2. พิจารณาตามอันดับการเลือก 3 อันดับข้างต้น และนำค่า PR มาแบ่งเป็น 20 ช่วง จะได้
    3. ช่วงละ   อันดับ 1 = = 1.25 อันดับ 2 = = 0.83 อันดับ 3 = = 1.88

    4. นำค่า PR ที่หาได้ในข้อ 2 มาคูณกับ 12 (ช่วงของ PR ที่นักเรียนได้ ) ดังนั้น คะแนนที่คิดจากค่า PR จะเป็นดังนี้

PR อันดับ 1 1.25 x 12 = 15.00 คะแนน
PR อันดับ 2 0.83 x 12 = 9.96 คะแนน
PR อันดับ 3 1.88 x 12 = 22.56 คะแนน

สรุป คะแนนที่ได้จากการนำค่า GPA และ PR มาคิด จะมีค่าเปลี่ยนแปลงไปตามอันดับการเลือกที่เลือกไว้
ตำแหน่งของเปอร์เซ็นไทล์

ช่วงที่

ตำแหน่งของเปอร์เซ็นไทล์

ช่วงที่

ตำแหน่งของเปอร์เซ็นไทล์

10

45.01 - 50.00

20

95.01 - 99.99

9

40.01 - 45.00

19

90.01 - 95.00

8

35.01 - 40.00

18

85.01 - 90.00

7

30.01 - 35.00

17

80.01 - 85.00

6

25.01 - 30.00

16

75.01 - 80.00

5

20.01 - 25.00

15

70.01 - 75.00

4

15.01 - 20.00

14

65.01 - 70.00

3

10.01 - 15.00

13

60.01 - 65.00

2

5.01 - 10.00

12

55.01 - 60.00

1

0.01 - 5.00

11

50.01 - 55.00

ตัวอย่าง การคิดค่าคะแนนรวม (คะแนนสอบวัดความรู้ + GPA + PR)

สมมุตินักเรียนคนหนึ่งมีผลการเรียนเฉลี่ย (GPA) 2.50 มีค่าตำแหน่งของเปอร์เซ็นต์ไทล์ (PR) เท่ากับ 57.80 นักเรียนเลือกสมัครเข้าศึกษาในสาขาวิชาศิลปศาสตร์ (สจล.) วิทยาศาสตร์ สาขาวิชาฟิสิกส์ (จฬ.) และจิตรกรรมฯ (มศ.) และสอบวัดความรู้ไว้ได้คะแนนรายวิชาดังนี้

01 = 44 02 =35 03 = 40 04 =55 05 = 50 06 = 52
17 = 50 29 = 65 30 = 60

นักเรียนจะได้คะแนนรวมในแต่ละสาขา ดังนี้

คณะ / ประเภทวิชา

คะแนนสอบวัดความรู้

90 %

คะแนน GPA

(5 %)

คะแนน

PR

(5 %)

คะแนนรวม

ที่ได้

(100 %)

คะแนนเต็มของสาขา (100%)

สถาปัตยกรรมศาสตร์ (สจล.)

222.00

17.20

15.00

254.20

450.00

วิทยาศาสตร์ สาขาวิชาฟิสิกส์ (จฬ.)

157.00

11.47

9.96

178.43

300.00

จิตรกรรมฯ (มศ.)

353.37

25.80

22.56

401.73

675.00

footban.gif (2078 bytes)

 

[ หน้าหลัก ]

[ สมัครสมาชิก ]

[ ปรึกษา...คณาจารย์ ]

[ เลือกคณะEntrance ]

[ นานาสาระ ]

[ U for You ]

[ Link ]

[ ติดต่อทีมงาน]