| 1.
ลักษณะโปรแกรมเลือกคณะ Ent' และการประเมินผล
ส่วนที่ 1 เป็นการคำนวณคะแนนจากคะแนนสอบวิชาหลักและวิชาเฉพาะซึ่งโปรแกรมจะแปลงคะแนนดังกล่าว
ให้เป็น คะแนนที่ทบวงนำไปใช้จริง
ในการคัดเลือก
ส่วนที่ 2 เป็นการคำนวณคะแนนจากคะแนน
GPA และ PR ซึ่งโปรแกรมจะแสดงผลคะแนนที่ได้จาก GPA
5%
และ PR 5% เป็นคะแนนที่ทบวงจะนำไปใช้จริงในการคัดเลือก
ส่วนที่ 3 เป็นการคาดการณ์โอกาสที่จะ
Ent' ติดในคณะต่าง ๆ โดยโปรแกรมจะแสดงผล เป็น 7 ระดับ
คือ
| 1
ดาว หมายถึง ไม่มีโอกาสติด (หรือโอกาสที่จะติดในคณะนั้นประมาณ
0-15%) |
| 2
ดาว หมายถึง โอกาสติดน้อยมาก (หรือโอกาสที่จะติดในคณะนั้นประมาณ
16-30%) |
| 3
ดาว หมายถึง โอกาสติดน้อย (หรือโอกาสที่จะติดในคณะนั้นประมาณ
31-45%) |
| 4
ดาว หมายถึง โอกาสติดปานกลาง (หรือโอกาสที่จะติดในคณะนั้นประมาณ
46-60%) |
| 5
ดาว หมายถึง โอกาสติดค่อนข้างมาก (หรือโอกาสที่จะติดในคณะนั้นประมาณ
61-75%) |
| 6
ดาว หมายถึง โอกาสติดมาก (หรือโอกาสที่จะติดในคณะนั้นประมาณ
76- 90%) |
| 7
ดาว หมายถึง ติดแน่นอน (หรือโอกาสที่จะติดในคณะนั้นประมาณ
90 -100%) |
คำแนะนำเพิ่มเติม
สำหรับนักเรียนที่ใช้โปรแกรมเลือกคณะ
Ent' แล้วยังหาคำตอบหรือยังไม่ทราบว่าตัวเองจะเลือกคณะอย่างไร
อาจใช้วิธีดังต่อไปนี้ เช่น
1.
ลองใส่ข้อมูลของคณะอื่น ๆ เพื่อหาคณะที่มีแนวโน้มว่าจะมีคะแนนต่ำ
พอที่นักเรียนจะสอบเข้าได้
2.
กรณีที่หาคณะที่ไม่มีให้เลือกในโปรแกรมเลือกคณะ Ent' อาจเนื่องจากเป็นคณะที่เพิ่งเปิดใหม่
นักเรียนต้อง
ประมาณจากคณะหรือสาขาที่ใกล้เคียงกัน
3.
กรณีที่ต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ปรึกษาคณาจารย์ได้ที่ โซน
ปรึกษาคณาจารย์
2. ข้อจำกัดการใช้โปรแกรม
เกณฑ์ขั้นต่ำ
และเงื่อนไขการรับเข้าเฉพาะบางคณะ
เนื่องจากเกณฑ์ขั้นต่ำ
ของแต่ละคณะมีการเปลี่ยนแปลงทุกปี ดังนั้นก่อน นักเรียนยื่นสมัคร
ต้องตรวจสอบเกณฑ์
ขั้นต่ำด้วยตนเองทุกครั้ง เช่น
- คณะวิทยาศาสตร์ ,คณะวิศวกรรมศาสตร์, คณะเกษตรศาสตร์
กำหนดว่าวิชาภาษาไทย และสังคม ให้คะแนนรวมกันไม่น้อยกว่า
30%
- คณะสถาปัตยกรรม , คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กำหนดว่า
วิชาภาษาอังกฤษต้องได้ไม่น้อยกว่า 30%
- คณะแพทย์กำหนดว่า จะต้องเรียนวิทยาศาสตร์ (โครงสร้าง2)
25 หน่วยกิต หรือ วิทยาศาสตร์
(โครงสร้าง3) 21 หน่วยกิต คณิตศาสตร์ (โครงสร้าง1) 15
หน่วยกิต ภาษาอังกฤษ 12 หน่วยกิต
3. เทคนิคการใช้โปรแกรมให้เกิดประโยชน์สูงสุด
การใช้โปรแกรมประเมินผลตลอดทั้งปี
ช่วงที่1 หลังประกาศผล
Entrance (ซึ่งจะอยู่ระหว่างเดือน มิถุนายน ถึงเดือนตุลาคม)ในช่วงนี้เหมาะ
สำหรับนักเรียนระดับชั้น ม. 5 หรือ นักเรียนชั้น ม.6 ที่ยังไม่มีผลคะแนนสอบคือ
ไม่เคยสอบ Entrance หรือนักเรียน
ที่มีผลสอบแล้ว เช่น เคย Entrance เมื่อปีที่ผ่านมาแล้ว
และต้องการจะ Entrance ใหม่อีกครั้ง นักเรียนสามารถ
เข้ามาใช้บริการโปรแกรมนี้ได้ โดยลองสมมติคะแนนที่คิดว่าจะทำได้ตามความสามารถของตนเพื่อเป็นแนวทางในการ
อ่านหนังสือ เตรียมตัว Entrance ได้
ช่วงที่2 หลังประกาศผลคะแนนสอบ
ครั้งที่1 (ซึ่งจะอยู่ช่วงเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนกุมภาพันธ์)
เมื่อนักเรียน
ทราบผลคะแนนที่สอบ ก็สามารถนำคะแนนนั้นมาทดลองใช้กับโปรแกรมนี้
เพื่อประเมินโอกาสที่จะติดคณะต่าง ๆ ที่
ต้องการ ว่ามีโอกาสติดมากน้อยเพียงใด และใช้วางแผนในการเตรียมตัวสอบในครั้งที่
2 ต่อไป
ช่วงที่3 หลังประกาศผลคะแนนสอบ
ครั้งที่2 (ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมีนาคม) เมื่อนักเรียนทราบผลการสอบครั้ง
ที่ 2 แล้ว ให้นำคะแนนที่ดีที่สุดระหว่างการสอบครั้งที่1
และ ครั้งที่ 2 ของแต่ละวิชา มาใช้ในการประเมินโอกาสติด
คณะต่าง ๆ ที่ต้องการหรือสนใจที่จะเลือก เมื่อผลการประเมินโอกาสติดคณะต่าง
ๆ ออกมา นักเรียนสามารถนำผล
การประเมินนี้ไปยื่นสมัครเลือกคณะได้
โปรแกรมนี้จะมีการ
Update ฐานข้อมูลปีละ 3 ครั้ง เพื่อให้ผลการประเมินใกล้เคียงความจริงมากที่สุด
คือ
ครั้งที่1 หลังการประกาศผลการสอบวัดความรู้เดือนตุลาคม
ครั้งที่2
หลังการประกาศผลการสอบวัดความรู้เดือนมีนาคม
ครั้งที่3
หลังการประกาศรายชื่อนักเรียนที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้
การนำผลประเมินไปใช้
การนำผลประเมินไปใช้ การที่โปรแกรมประเมินว่าโอกาสติดปานกลางหรือค่อนข้างมาก
(4 จุด หรือ 5 จุด)
นักเรียนอาจเลือกไว้เป็นอันดับที่ 2 , 3 ถ้าโปรแกรมประเมินว่าติดแน่นอน
หรือโอกาสติดมาก (6 จุด หรือ 7 จุด) นักเรียนอาจเลือกไว้เป็นอันดับที่
4 ก็ได้ ถ้าโปรแกรมประเมินว่ามีโอกาสติดน้อยมาก หรือ ไม่มีโอกาสติด
(1 จุด หรือ 2 จุด) นักเรียนก็อาจเลือกไว้เป็นอันดับที่
1 ได้ เพราะถึงแม้ไม่ติดอันดับ 1 ก็ยังมีคณะที่มีโอกาสติดสูงในอันดับต่อ
ๆ มา (อันดับไม่มีผลต่อการคัดเลือก สิ่งที่มีผลคือคะแนน)
แนะนำการจัดอันดับ
- อันดับที่1 กี่จุดก็ได้
- อันดับที่2 ควรมี 3 จุด หรือ 4 จุด
- อันดับที่3 ควรมี 4 จุด หรือ 5 จุด
- อันดับที่4 ควรมี 6 จุด ถึง 7 จุด
การนำประโยชน์จากคะแนนของนักเรียนเพื่อให้ได้เปรียบในการสมัคร
นักเรียนแต่ละคนจะมีคะแนนแต่ละวิชามากน้อยไม่เท่ากัน
บางวิชานักเรียนอาจชนะคู่แข่งขัน บางวิชาอาจแพ้
วิธีหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการ Entrance ติด คือ การนำวิชาที่เราแข็ง
เข้าไปสมัครแข่งขันซึ่งมีชุดวิชาที่ใช้สอบ
ต่างกัน เพื่อดูโอกาสที่จะติดแล้วนำไปสรุปหา 4 คณะ ที่ดีที่สุด
มีตัวอย่างดังนี้
ตัวอย่างที่1 นักเรียนที่มีคะแนน 01-06 ดี* แต่ 07
ไม่ดี ลองประเมินโอกาส ของคณะที่ใช้เฉพาะ 01-06 จะช่วยเพิ่มโอกาสที่จะ
Entrance ติด
ตัวอย่างที่2 นักเรียนซึ่งสอบแผนกวิทย์ วิชา 01-07
ได้คะแนนสอบ 01-04 ดี* แต่ 05-07 ไม่ดี อาจจะวางแผน
สอบเข้าแบบศิลป์ โดยลองสอบ 08 เพิ่ม ให้คาดการณ์คะแนน 08
แล้วลองใช้โปรแกรมประเมินผล เพื่อดูโอกาสที่จะ
ติด และนำไปวางแผนการสอบต่อไป
คะแนนดี
หมายถึง คะแนนที่ได้มากกว่าผู้สมัคร เช่น คนส่วนใหญ่ได้คะแนนวิชาภาษาไทย
55 คะแนน แต่ นักเรียนได้คะแนน 70 คะแนน แสดงว่า
คะแนนค่อนข้างดี หรือ วิชาคณิตศาสตร์ 1 ผู้เข้าสอบส่วนใหญ่ได้คะแนน
30 คะแนน แต่นักเรียนได้คะแนน 40 คะแนน ก็ถือว่าเป็นคะแนนดีเช่นกัน |
|