สมบัติของธาตุในแต่ละหมู่
ธาตุหมู่ I
(alkaline metal)
มีสมบัติเป็นโลหะซึ่งมีคุณสมบัติว่องไวในการผสมธาตุมาก
จึงไม่พบในรูปธาตุเดี่ยว ๆ
มักพบในรูปสารประกอบ
ความหนาแน่นและจุดหลอมเหลวต่ำ
(<100 oC)
ธาตุหมู่ II
(alkaline earth)เป็นธาตุโลหะ
ทำปฏิกิริยากับน้ำร้อนได้ดีกว่าน้ำเย็น
ธาตุที่ว่องไวที่สุดในหมู่นี้
คือเรเดียม (Ra)
ธาตุหมู่ III
จะเริ่มประกอบด้วยโลหะและอโลหะ
มีอิเล็กตรอนวงนอกสุด 3 ตัว
ธาตุหมู่ IV
มีเวเลนซ์อิเล็กตรอน 4 ตัว
ธาตุที่สำคัญคือ คาร์บอน (C)
ซึ่งเป็นส่วนประกอบของสิ่งมีชีวิต
ธาตุหมู่ V
ในตอนต้น ๆ จะเป็นอโลหะ ธาตุถัดมา
เช่น As และSb
จะแสดงคุณสมบัติระหว่างโลหะและอโหะก้ำกึ่งกัน
(metalloid)
ธาตุหมู่ VI
ตอนต้นหมู่จะมีธาตุที่มีสมบัติเป็นอโลหะ
แล้วค่อย ๆ เป็นโลหะ
ธาตุหมู่ VII (Halogen group)
ธาตุหมู่นี้เป็นอโลหะ
ที่ว่องไวในการผสมธาตุมาก
มีทั้งสามสถานะ
ธาตุหมู่บนจะมีความว่องไวในการเกิดปฏิกิริยากว่าธาตุหมู่ล่าง
ธาตุหมู่ VIII(Inert gas, ก๊าซเฉื่อย)
จึงไม่ค่อยทำปฏิกิริยากับธาตุอื่น
(ธาตุหมู่ล่างเริ่มเป็นสารประกอบได้เช่น
XeO3, XeO4, XeF4, KrF2)
เพราะมีอิเล็กตรอนวงนอกสุดเท่ากับ
8 มีค่า EN เป็น 0
หมู่ธาตุทรานซิชั่น
(Transition elements )
เป็นธาตุโลหะ
ที่มีความหนาแน่นและจุดหลอมเหลวสูง
มี
เวเลนซ์อิเล็กตรอนส่วนใหญ่เป็น 2
(ยกเว้นบางธาตุเช่น Cr และ Cu
มีเวเลนซ์อิเล็กตรอนเป็น 1)
มีเลขออกซิเดชันหลายค่า
(ยกเว้นบางธาตุ เช่น Sc = +3 , Cu = Cd = +2, Ag=+1)
ถ้าเลขออกซิเดชัน เปลี่ยน
สีของสารก็เปลี่ยน นอกจากนี้
สีของสารยังขึ้นกับลิแกนด์ด้วย
ในคาบเดียวกัน
รัศมีอะตอมใกล้เคียงกัน IE1
มีค่าใกล้เคียงกัน
แนวโน้มของขนาดอะตอมจะลดลงจากซ้ายไปขวา
และยังเกิดสารประกอบเชิงซ้อนได้ดี
Lanthanide series ประกอบด้วยธาตุที่มี Atomic number
57 - 70 เป็นธาตุที่หายากมาก
Actinide series ประกอบด้วยธาตุที่มี Atomic number 89
- 102
ธาตุในหมู่นี้มีคุณสมบัติเป็นสารกัมมันตรังสี
ธาตุกัมมันตรังสี
เป็นธาตุที่มีส่วนประกอบของ
นิวตรอน กับโปรตอน ไม่เหมาะสม (>1.5)
ธาตุที่ 83 ขึ้นไป
เป็นธาตุกัมมันตภาพรังสีทุกไอโซโทป
มีครึ่งชีวิต
(ระยะเวลาที่ธาตุกัมมันตรังสีสลายตัวไปครึ่งหนึ่งของปริมาณเดิม)
เมื่อธาตุกัมมันตรังสีมีการสลายตัว
จะให้อนุภาคต่าง ๆ (ต้องจำ)
เช่น เบต้า b( ) แอลฟา a ( )
แกมมา (g) โปรสิตรอน( ) โปรตอน ( )
นิวตรอน ( )
ปฏิกิริยานิวเคลียร์)
ผลที่ได้จากปฏิกิริยานิวเคลียร์
จะได้ธาตุใหม่เกิดขึ้น
ปฏิกิริยานิวเคลียร์ไม่ขึ้นกับอุณหภูมิ
ความดัน หรือตัวเร่งปฏิกิริยา
แบ่งได้เป็น 2 ชนิดคือ
1. ปฏิกิริยาฟิสชัน
เกิดจากการแตกตัวของธาตุหนัก
เป็นการแตกของนิวเคลียส
ได้ธาตุที่เบากว่าสองธาตุขึ้นไป
เป็นปฏิกิริยลูกโซ่
ให้พลังงานสูง
2. ปฏิกิริยาฟิวชัน
เกิดจากการรวมตัวของไอโซโทปที่มีมวลต่ำ
ทำให้ได้ไอโซโทปที่มีมวลสูงขึ้นเช่น
ปฏิกิริยาในดวงอาทิตย์ |