กริยา (verb)
คือคำหรือกลุ่มคำที่แสดงอาการหรือการกระทำของนาม
สรรพนาม หรือประธานของประโยค
แบ่งได้ 4 ชนิดคือ
1.Transitive verbs
เป็นกริยาที่ต้องการกรรมมารองรับข้างท้าย
หากขาดกรรมรองรับ
ความสมบูรณ์ขาดหายไป
ตัวอย่าง
He throws
rocks.
เขาขว้างก้อนหิน
She ate cookies.
เธอกินคุกกี้ 2.Intransitive
verbs
เป็นกริยาที่ให้ความสมบูรณ์อยู่แล้วไม่จำเป็นต้องมีกรรมรองรับข้างท้าย
ตัวอย่าง
She runs quickly.
เธอวิ่งอย่างรวดเร็ว
Sunee studies
hard. สุนีย์ขยันเรียน
3. Linking
verbs
เป็นกริยาใช้เชื่อมประธานของประโยคเข้ากับตัวขยายซึ่งอาจจะเป็นนามหรือคุณศัพท์ก็ได้
เพื่อแสดงสภาพอะไรสักอย่าง (a state of
being) ได้แก่ be, seem, appear, look, become, get, turn, taste, feel, remain,
sound, grow
ตัวอย่าง
Klinton become President of the
U.S.A.
คลินตัน
ได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา
She felt sick during the play.
เธอรู้สึกไม่สบายในระหว่างทำการแสดง
โดยสรุป
Linking verbs + NOUN / ADJECTIVE
4. Helping
verbs
เป็นกริยาช่วย
ที่นำมาใช้ร่วมกับกริยาแท้
ได้แก่ be, have, has, had, can, could, will, would, may, might, must, do,
does, did, ought to เป็นต้น
ซึ่งจะขอกล่าวถึงกริยาช่วยที่สำคัญและพบในข้อสอบบ่อยมีดังนี้
4.1
กริยาช่วยที่ใช้แสดงความสามารถ
(ability) คือ
(1) can และ could ใช้
can+verb ใน present/future time และ could+verb ใน past time
และใช้ can not (= can't)+verb หรือ could not (=couldn't)+verb
เพื่อชี้แสดงการไร้ความสามารถ
ตัวอย่าง
He can swim very well.
เขาว่ายน้ำเก่ง
She could drive when she was
sixteen.
เธอขับรถเป็นเมื่ออายุ 16 ปี
He couldn't come yesterday.
เมื่อวานนี้เขามาไม่ได้
(2) be able to ใช้ is/am/are able
to + verb ใน present time และใช้ was / were able to+verb ใน past time
ส่วน will be able to หรือ be going to be able to + verb ใช้ใน
future time
ตัวอย่าง
I'm able to drive a car now.
ตอนนี้ฉันขับรถได้แล้ว
We are going to be able to see you
tomorrow.
พวกเราจะสามารถพบคุณพรุ่งนี้.
4.2
กริยาช่วยที่ใช้ในการขออนุญาตและให้อนุญาต
คือ
(1)
การขออนุญาต ใช้
ตัวอย่าง
May I leave now?
ผมขออนุญาตไปตอนนี้ได้ไหมครับ?
Can I borrow you book?
ผมขอยืมหนังสือของคุณหน่อยได้ไหม
Could I turn in my paper
tomorrow?
ผมขออนุญาตส่งงานพรุ่งนี้ได้ไหมครับ
(2)
การให้อนุญาต ใช้
ตัวอย่าง
You may leave now.
คุณไปได้แล้วครับ
You could have an
appointment tomorrow.
คุณสามารถนัดหมายได้พรุ่งนี้
หากไม่อนุญาต
ก็ใช้ not เติมหลังกริยาช่วยเป็น
cannot, may not could not
ตัวอย่าง
You can't come in just
now.
คุณเข้ามาตอนนี้ไม่ได้.
4.3
กริยาช่วยที่ใช้แสดงการบังคับ
(obligation) และความจำเป็น (necessary)
(1) should
และ ought to
ใช้แสดงเชิงบังคับว่าควรจะต้องทำ
วิธีใช้คือ
ตัวอย่าง
You should be
ashamed of yourself.
คุณควรจะละอายตัวเอง
She ought to
improve her appearance before she looks for a job.
เธอควรจะปรับปรุงบุคลิกของตัวเองก่อนที่จะหางานทำ
| should have |
+ verb |
| ought to have |
|
เพื่อแสดงว่าเป็นสิ่งที่ควรจะทำ
แต่ไม่ได้ทำลงไป
ตัวอย่าง
I should have
given you my telephone number.
ฉันควรที่จะได้ให้เบอร์โทรศัพท์ของฉันแก่คุณ
(จริงแล้วไม่ได้ให้
เลยเสียใจที่ไม่ได้ให้)
The ought to have
given us their new address.
พวกเขาควรที่จะได้ให้ที่อยู่ให้ของพวกเขาแก่เรา
(จริง ๆ
แล้ว ไม่ได้ให้ที่อยู่ใหม่ไว้)
should
ยังใช้ในประโยคปฏิเสธหรือคำถาม
เช่น
You shouldn't
smoke so much. คุณไม่ควรสูบบุหรี่จัดมาก
Should I ask Jane
now? ฉันควรถามเจนแล้วยัง
(2)
Had better + verb
ใช้แสดงความรู้สึกเชิงบังคับว่าควรจะทำ
ตัวอย่าง
You had better
take care of yourself.
คุณควรจะดูแลตัวเอง
ใช้ had
better not + verb
เพื่อชี้แนะว่าไม่ควรจะทำสิ่งนั้น
ตัวอย่าง
He'd better not be
late again.
เขาไม่ควรจะมาสายอีก
(3) Must
และhave to ใช้แสดงการบังคับ
ข่มขู่ว่าจะต้องทำ
หรือต้องไม่ทำ (must not)
| must |
+ verb |
| have / has to |
|
ตัวอย่าง
They must be
there on time.
พวกเขาจะต้องถึงที่นั่นตรงเวลา
(ไม่มีข้อแม้)
You have to
study tonight.
คืนนี้คุณจะต้องเรียน
(ไม่มีข้อแม้)
You must not
disturb him.
คุณจะต้องไม่รบกวนเขา
(ห้ามรบกวนเด็ดขาด)
4.4
กริยาช่วยที่แสดงความเป็นไปได้
(possibility) และความน่าจะเป็น (probability)
(1)
may และ might ใช้ may / might + verb
ตัวอย่าง
She
may change her mind
เธออาจจะเปลี่ยนใจของเธอ
She
might have to move to New York.
เธออาจจะย้ายไปอยู่นิวยอร์ค
หากจะใช้แบบปฏิเสธก็เติม
not ท้าย may หรือ might
(2) should
และ ought to
ใช้แสดงความน่าจะเป็นที่ใกล้จะบรรลุตามความหมาย
โดยมีหลัก should / ought to + verb
ตัวอย่าง
You |
|
receive that package
by next Tuesday |
คุณน่าจะได้รับหีบห่อภายในอังคารหน้า |
ในรูปอดีต (past time) ใช้ should have/ought to have + Verb 3
(หรือ past participle)
เพื่อชี้แสดงความคาดหวังที่ไม่บรรลุผล
เช่น
He should/ought to have arrived yesterday
เขาน่าที่จะได้มาถึงเมื่อวานนี้
(แต่ไม่ถึง)
(3) Must
ใช้แสดงความน่าจะเป็นที่มีความเป็นไปได้สูงมาก
ซึ่งใกล้จะบรรลุผลตามความคาดหวังแล้ว
ตัวอย่าง
He's
not here. He must be out to lunch.
เขาไม่อยู่ที่นี่
เขาคงจะต้องไปทานข้าวแน่ ๆ
หากเป็น
past tense ใช้ must have+ Verb 3
หมายถึงจะต้องทำไปแล้วแน่ ๆ
ตัวอย่าง
His
car is gone. He must have decide to go home early.
รถของเขาไปแล้ว
เขาจะต้องได้ตัดสินใจกลับบ้านแต่เช้าแน่
ๆ
4.5
กริยาช่วยวลีที่ใช้แสดงความชอบหรือความต้องการ
(1) would
rather + verb
ตัวอย่าง
I would
rather have steak than chicken
ฉันอย่างทานสเต็กมากกว่าไก่
หากเป็น past time ใช้ would rather have + Verb 3
ตัวอย่าง
We'd rather
have gone to the baseball game
เราอยากไปดูกีฬาเบสบอล
ใช้ would rather not + verb
เพื่อชี้แสดงความชอบหรือความปรารถนาที่ไม่ทำบางสิ่งบางอย่าง
ตัวอย่าง
We would
rather not talk about that any more.
เราไม่อยากจะคุยถึงเรื่องนั้นอีกแล้ว.
4.6
กริยาช่วยที่ใช้แสดงความต้องการและความประสงค์
(wants and sires)
(1)
would + verb. I would ใน present/future time
I'm hungry. I would like a sandwich.
ผมหิว ผมอยากจะทานแซนด์วิช
(2)
would have + Verb3 เมื่อเป็น past time
I'd have been glad to show you around the city.
ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะพาคุณชมรอบเมือง
4.7
กริยาช่วยที่นำมาใช้แบบ causative form
Have, Has, Had
ใช้แสดงถึงสิ่งที่เราเองไม่ได้เป็นผู้กระทำ
แต่จ้างวานให้คนอื่นทำให้มีหลักเกณฑ์คือ
- have /get + something + verb3
I have my hair cut
ผมให้คนตัดผมของผม
- have / has + someone + Verb หรือ
get / got + someone + Verb
I will have Mary water my flowers.
I will get Mary to water my flowers.
ผมจะว่าจ้างแมรี่ให้มารดน้ำต้นไม้ของผม |