w  w  w  .  e  d  u  z  o   n  e  s . c  o  m

ห้องวิชาการ

  ทีมงาน Education zone 

top1m1.jpg (4119 bytes)

         แคลคูลัส

ลิมิตของฟังก์ชัน
     ลิมิตของฟังก์ชัน เขียนแทนด้วย calculus01.gif (260 bytes)=L หมายถึง x มีค่าเข้าใกล้ a  แล้ว f(x) จะมีค่าเข้าใกล้ L
วิธีหา ค่าลิมิตของฟังก์ชัน

1. หาค่า f(a) ถ้า f(a) เป็นจำนวนจริง นั่นคือ ค่าลิมิต = f(a)
2. ถ้า f(a) อยู่รูป
calculus02.gif (128 bytes)ให้พิจารณาลักษณะของฟังก์ชัน ดังนี้
     2.1 ถ้ายังสามารถแยกตัวประกอบของ f(x) ได้ ให้แยกแล้วขจัดตัวประกอบร่วมของเศษและส่วนออก แล้วจึงหาค่า f(a) ซึ่งก็คือค่าลิมิต
     2.2 ถ้าไม่สามารถแยกตัวประกอบของ f(x) ได้ ให้นำคอนจูเกตคูณทั้งเศษและส่วน (เพื่อกำจัดตัวส่วน) จึงหาค่า f(a) ซึ่งก็คือค่าลิมิต 
    2.3 ถ้า ฟังก์ชัน f(x) อยู่ในรูปของ
calculus03.gif (299 bytes)  และ x -> เข้าใกล้อนันต์ ให้พิจารณาค่าดีกร ี(เลขยกกำลังสูงสุด -- เช่น p(x) = x5 - 7x2 จะได้ว่า p(x) มีดีกรีเป็น 5 ซึ่งมีค่ากำลังสูงสุด) เป็น 3 กรณีดังนี้

  • ดีกรีของ g(x) > ดีกรีของ h(x)   ลิมิตจะมีค่าเป็นอนันต์ (ตัวอย่างเช่น f(x) = x4/x2 )
  • ดีกรีของ g(x) = ดีกรีของ h(x)   ลิมิตจะมีค่าเท่ากับสัมประสิทธิ์ของพจน์ที่มีกำลังสูงสุดของ g(x) / สัมประสิทธิ์ของพจน์ที่มีกำลังสูงสุดของ h(x) (ตัวอย่างเช่น f(x) = 2x3 / 7x3 แล้ว ลิมิตของ f(x) เมื่อเข้าใกล้อนันต์จะเป็น 2/7)
  • ดีกรีของ g(x) < ดีกรีของ h(x)  ลิมิตจะมีค่าเป็น 0 (ตัวอย่างเช่น   f(x) = x5/x7 )

ความต่อเนื่องของฟังก์ชัน
     f(x) จะต่อเนื่องที่  x = a ก็ต่อเมื่อ มีคุณสมบัติ 3 ข้อดังนี้

1.  หา f(a) ได้
2.  หา calculus01.gif (260 bytes) ได้
3. ข้อ 1 และ ข้อ 2 มีค่าเท่ากัน

อนุพันธ์ของฟังก์ชัน
     ฟังก์ชัน f(x) จะมีอนุพันธ์ เขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ f?(x) หรือ calculus05.gif (169 bytes) ถ้า y = f(x) เป็นฟังก์ชันที่มีโดเมนและเรนจ์เป็นสับเซตของเซตจำนวนจริงเราเรียก calculus06.gif (495 bytes)

ว่า เป็นอนุพันธ์ของฟังก์ชัน f ที่ x

สูตรการหาอนุพันธ์

  f(x) f'(x)
1 f(x) = c เมื่อ c เป็นค่าคงที่ 0
2 f(x) = x 1
3 f(x) = xn nxn-1
4 f(x) = g(x) ? h(x) g'(x) ? h'(x)
5 f(x) = g(x)h(x) g'(x)h(x) + g(x)h'(x)
6 f(x) = g(x) / h(x) เมื่อ h(x) 0 calculus07.gif (405 bytes)
7 f(x) = c g(x) เมื่อ c เป็นค่าคงที่ c g'(x)
8 f(x) = un เมื่อ u เป็นฟังก์ชันของ x และ n เป็นจำนวนจริง nun-1 f'(x)

การหาค่าสูงสุดต่ำสุดสัมพัทธ์

     ปัญหาบางประเภท เช่น การผลิตหรือใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ให้ได้ค่าประโยชน์สูงสุด เมื่อนำมาสร้างสมการ f(x) จะต้องหา x ที่ทำให้ค่า f(x) มีค่าสูงสุด หรือต่ำสุด (เรียกค่านี้ว่า ค่าวิกฤต) ซึ่งจะทำให้ f'(x) มีค่าเป็น 0 โดยมีขั้นตอนดังนี้
     1. หาค่า x ที่ทำให้ f'(x) = 0
     2. นำค่า x นี้มาตรวจสอบว่าเป็นจุดสูงสุดหรือต่ำสุดสัมพัทธ์ โดยตรวจสอบได้ 2 วิธีดังนี้

การดูเครื่องหมายความชัน หา f''(x)
ถ้าความชัน f'(x) เปลี่ยนจากบวกเป็นลบ แสดงว่าจุดดังกล่าวเป็นจุดสูงสุดสัมพัทธ์

ถ้าความชัน f'(x) เปลี่ยนจากลบเป็นบวก แสดงว่าจุดดังกล่าวเป็นจุดต่ำสุดสัมพัทธ์

ถ้าไม่เป็นไปตามนี้ แสดงว่าจุดดังกล่าวไม่เป็นทั้งจุดสูงสุดและต่ำสุดสัมพัทธ์

ถ้า f''(x) > 0 แสดงว่าเป็นจุดต่ำสุดสัมพัทธ์

ถ้า f''(x) < 0 แสดงว่าเป็นจุดสูงสุดสัมพัทธ์

ถ้า f''(x) = 0 แสดงว่าการตรวจสอบวิธีนี้ใช้ไม่ได้ ต้องย้อนกลับไปใช้วิธีดูเครื่องหมายความชัน

อินทิกรัล (ปฏิยานุพันธ์)
     ให้ F เป็นฟังก์ชันที่ F'(x) = f(x) ทุกค่า x ใน f จะกล่าวว่า F เป็นปฏิยานุพันธ์ของ f โดยที่ calculus08.gif (171 bytes) = F(x) + c เรียกว่าเป็นอินทิกรัลไม่จำกัดเขตของ f และเรียก f(x) ว่าเป็นตัวถูกอินทิเกรต และ dx เป็นสัญลักษณ์การอินทิเกรตเทียบกับตัวแปร x

อินทิกรัลจำกัดเขต
  ให้ f ต่อเนื่องบนช่วง [a,b] ถ้า F เป็นฟังก์ชันที่กำหนดบนช่วง [a,b] และ F'(x) = f(x) แล้ว

calculus13.gif (526 bytes)

สูตรการหาอินทิเกรต

1 calculus09.gif (224 bytes)
2 calculus10.gif (296 bytes) เมื่อ n น 1
3 calculus11.gif (345 bytes) เมื่อ k เป็นค่าคงตัว
4 calculus12.gif (547 bytes)
5 calculus14.gif (717 bytes) เมื่อ a c b










[ หน้าหลัก ]

[ สมัครสมาชิก ]

[ ปรึกษา...คณาจารย์ ]

[ เลือกคณะEntrance ]

[ Ent'Data ]

[ U for You ]

[ Quiz Zone ]

[ ห้องวิชาการ ]

[ นานาสาระ ]

[ Ezine ]

[ Link ]

[ ติดต่อwebmaster]