เลขยกกำลัง
ถ้า n เป็นจำนวนเต็มบวก จะได้ a-n
= 
กฎของเลขยกกำลัง
ถ้า a,b เป็นจำนวนจริงใดๆจะได้
1. am+ an = am+n
2. = am-n , a น 0
3. (am)n = amn
4. (ab)n = anbn
5. = , b น 0
6. ถ้า n
เป็นจำนวนเต็มบวกที่มากกว่า 1 และ
a เป็นจำนวนจริงบวก จะได้
 กฎของกรณ์
1. ให้ n เป็นจำนวนเต็มบวกที่มีค่ามากกว่า 1แล้ว
( )n =x ถ้า หาค่าได้
2. ถ้า m,n,p เป็นจำนวนเต็มบวกที่มากกว่า 1 และ x > 0 จะได้ว่า
2.1
2.2
2.3
f = { (x,y) | R x R+ | y = ax ; a > 0 และ a น 1 } เรียกว่า ฟังก์ชันเอกซ์โปเนนเชียล
จาก y = ax , a > 0, a น 1 จะได้ x ฮ R และ y ฮ R+
นั่นคือ โดเมนเป็นเซตของจำนวนจริง และเรนจ์เป็นเซตของจำนวนจริงบวก
1. ถ้า a > 1
ฟังก์ชันเอกโพเนนเชียลเป็นฟังก์ชันเพิ่ม
2. ถ้า 0 < a < 1
ฟังก์ชันเอกโพเนนเชียลเป็นฟังก์ชันลด
3. สมบัติที่สำคัญคือ ex = ey
ก็ต่อเมื่อ x = y
ส่วนสมบัติอื่นๆมีเช่นเดียวกับเลขยกกำลัง

การแก้สมการเอ็กโปเนนเชียล
การแก้สมการเอกโพเนนเชียลที่มักพบอยู่บ่อยๆมี
4 วิธี คือ
1. ทำให้ฐานเท่ากัน คือทำให้ ap(x)
= aq(x) แล้วสรุปว่า p(x) = q(x)
2. แยกตัวประกอบ เช่น -12 +32=0
แยกตัวประกอบได้เป็น ( -4)( -8) =0
3.
ทำให้กำลังเหมือนกันแต่ฐานต่างกัน
คือ ap(x) = bq(x) แล้วสรุปได้ว่า
p(x) = 0
4.ทำให้เป็นเลขจำนวนเดียวยกกำลังแล้วมีค่าเท่ากับ
1 คือทำเป็น (abc)u = 1 แล้วสรุปว่า u =
0
การแก้อสมการเอกซ์โพเนนเชียล
กลุ่มที่ 1
ฐานเหมือนกันเลขชี้กำลังต่างกัน
| 1. เมื่อ |
a > 1 |
จะได้ว่า
อสมการของเลขชี้กำลังจะคล้อยตามอสมการของเลขยกกำลัง |
เช่น |
ax > ay |
จะได้ว่า x > y |
|
ax < ay |
จะได้ว่า x < y |
| 2. เมื่อ |
0 < a < 1 |
จะได้ว่า
อสมการของเลขชี้กำลังจะตรงข้ามกับอสมการของเลขชี้กำลัง |
| เช่น |
ax > ay |
จะได้ว่า x < y |
|
ax < ay |
จะได้ว่า x > y |
กลุ่มที่ 2
ฐานต่างกันเลขชี้กำลังเหมือนกัน
| 1. |
ถ้าอสมการของเลขยกกำลังคล้อยตามอสมการของเลขฐานจะได้ว่าเลขชี้กำลัง
< 0 |
|
เช่น a < b , ax
< bx จะได้ว่า x > 0 |
|
a >
b , ax > bx จะได้ว่า x > 0 |
| 2. |
ถ้าอสมการของเลขยกกำลังตรงข้ามกับอสมการของเลขฐานจะได้ว่าเลขชี้กำลัง
< 0 |
|
เช่น a > b , ax
< bx จะได้ว่า x < 0 |
|
a <
b , ax > bx จะได้ว่า x < 0 |
|
y = loga
x มีความหมายว่า x = ay |
|
ถ้า a = 10
เรียกว่า ลอการิทึมสามัญ
เขียนแทนด้วย log x
ถ้า a = e ป 2.71828 เรียกว่า
ลอการิทึมธรรมชาติ
เขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ ln x ( คือ loge
x )
โดเมนของฟังก์ชันลอการิทึมเป็นเซตของจำนวนจริงบวก
เรนจ์ของฟังก์ชันลอการิทึมเป็นเซตของจำนวนจริง |

| สมบัติที่สำคัญ |
1.
2. |
loga
x
loga xy |
=
= |
loga
y ก็ต่อเมื่อ x = y
loga x + loga y |
3.
4. |
loga(x/y)
loga xy |
=
= |
loga
x + loga y
yloga x + loga |
| 5. |
logaa
|
= |
1 |
| 6. |
loga1
|
= |
0 |
| 7. |
loga
x |
= |
 |
| 8. |
ln 1 |
= |
log 1 = 0 |
| 9. |
ln e |
= |
1, log 10
=1 |
| 10. |
log a
|
= |
 |
| 11. |
eln x
|
= |
x , 10log
x = x |
| 12. |
ln ex |
= |
x , log 10x
= x |
| 13. |
ax
|
= |
ex ln
a |
การหาค่า log x เขียน x = A ด 10n เมื่อ 1 < A < 10
หาค่าของ log A จากตาราง แล้วจะได้
log x = n + log A
ตัวอย่าง
log 5710 |
= log (5.71 ด 103)
= 3 + log 5.71
= 3 + 0.7566 = 3.7566 |
การหาค่า x เมื่อทราบค่า log x
เช่น log x = 7.8341 ค่า x
ทำได้โดยการใช้เครื่องคิดเลขและการเปิดตาราง
1. เขียน log x = n + B เมื่อ 0 < B < 1 และ n
เป็นจำนวนเต็ม
2. หาค่า y เมื่อ log y = B
จากตารางแอนติลอการิทึมหรือตารางลอการิทึม
(โดยดูย้อนกลับ) ได้ค่า y
แล้วจะได้ x = y ด 10n
การหาค่า y เมื่อ log y = B
อาจไม่มีค่าที่กำหนดไว้ในตารางตรงๆต้องหาจากค่าข้างเคียงแล้วใช้วิธีการประมาณค่าในช่วง
ดังตัวอย่าง
| จะหาค่า
x |
= -2.2439 |
-
2.2439 |
= - 3 + 0.7561 |
| หาค่า y
ซึ่ง log y |
= 0.7561 |
| ในตารางไม่มีค่าตรง
ๆ หาค่าข้างเคียงได้ |
log 5.70 |
= 0.7559 |
| นำมาเขียนแผนผังเพื่อประมาณค่าดังนี้ |
|

| y = 5.70 + 0.003 = 5.703 |
| x = 5.703 ด 10-3 = 0.005703 |
การแก้สมการลอการิทึม
การแก้สมการลอการิทึมมีรูปแบบที่พบกันบ่อยๆอยู่
4 วิธี คือ
1. แยกตัวประกอบ เช่น (log 4 x)3-(log 4 x)2
- 2log 4 x = log 4 x (log 4 x - 2)( log 4 x + 1 ) = 0
2. เปลี่ยนรูป y = logax เป็น x = ay
3.
ทำให้เป็นลอการิทึมฐานเดียวกันมีค่าเท่ากันคือทำให้
log a u = log a v แล้วสรุปว่า u = v
4.
แปลงรูปสมการโดยใช้สมบัติของลอการิทึม
เช่น
log4log3log25
= 0 |
บ
log4log3log2( x2 + 2x ) = 0
บ log3log2(
x2 + 2x ) = 1
บ log2( x2
+ 2x ) = 3
บ x2+
2x = 23
บ x2
+ 2x - 8 = 0 |
การแก้อสมการลอการิทึม อสมการลอการิทึมสามารถแก้ได้โดยใช้สมบัติต่อไปนี้คือ
1. กรณีที่ a > 0 จะได้ว่า logau > loga
v ก็ต่อเมื่อ u > v
2. กรณีที่ 0 < a < 1 จะได้ว่า loga u >
loga v ก็ต่อเมื่อ u < v
3.
แปลงอสมการลอการิทึมให้อยู่ในรูปอสมการเอกซ์โพเนนเชียล
เช่น
log3( x + 2 ) < 4 = x + 2 < 34 |