โมเมนตัม
คือปริมาณทางฟิสิกส์อย่างหนึ่ง
ที่ใช้บอกสภาพการเคลื่อนที่ของวัตถุ
มีทั้งทิศทางและความเร็วของวัตถุที่เคลื่อนที่
มีหน่วยเป็น kg.m/s
ขนาดของโมเมนตัม
มีค่าขึ้นกับมวลและความเร็วของวัตถุที่กำลังเคลื่อนที่
นั่นคือ 
|
เมื่อ |
=
โมเมนตัมของวัตถุ (kg m/s) |
|
m |
= มวลของวัตถุ
(kg) |
|
v |
=
ความเร็วของวัตถุ (m/s) |
หมายเหตุ
1. วัตถุจะมีมวลมากเท่าไรก็ตาม
ถ้าไม่มีความเร็ว
ก็ไม่มีโมเมนตัม
2. วัตถุที่มีการเคลื่อนที่
ทุกตำแหน่งที่ทราบความเร็ว
และรู้มวล
จะทราบโมเมนตัมที่ตำแหน่งนั้นด้วย
3. แรงลัพธ์จากภายนอก =
อัตราการเปลี่ยนโมเมนตัม
4. โมเมนตัมของวัตถุ
สามารถถ่ายทอดให้กันได้โดยการชน
การดล
การดล (I)
คือการเปลี่ยนแปลงโมเมนตัม
เป็นปริมาณเวกเตอร์ มีหน่วยเป็น
kg.m/s หรือ N.S
แรงดล
คือแรงที่มากระทำต่อวัตถุในช่วงเวลาสั้น
ๆ
หรืออัตราการเปลี่ยนแปลงโมเมนตัมที่เปลี่ยนไปในช่วงหนึ่งหน่วยเวลา
(Dt)
แรงดลมีหน่วยเป็นนิวตัน
วัตถุมวล m
เคลื่อนที่ด้วยความเร็วต้น
ถูกแรง F มากระทำในเวลาสั้น ๆ
ทำให้วัตถุมีความเร็วเป็น
จะได้ว่า
วัตถุมีโมเมนตัมเปลี่ยนไป D
จากกฎข้อที่ 2 ของนิวตัน SF = ma
จะได้ว่า
แรงดล
F = |
 |
การกำหนดเครื่องหมาย
การดลและแรงดล
เป็นปริมาณเวกเตอร์
จึงต้องมีการกำหนดเครื่องหมายบวกลบ
โดยมีหลักการดังนี้
1. ทิศทางของความเร็วต้น
มีเครื่องหมายเป็นบวกเสมอ
2. ทิศทางของความเร็วปลาย
ถ้ามีทิศทางเดียวกับความเร็วต้น
ให้เป็นบวก
ถ้าสะท้อนกลับหรือมีทิศทางตรงกันข้ามให้เป็นลบ
3. ปริมาณใดที่ต้องการหา
กำหนดเป็น + ไว้ก่อน
4. ถ้าผลลัพธ์ที่คำนวณเป็นบวก
แสดงว่ามีทิศทางเดียวกับความเร็วต้น
ถ้าเป็นลบ
แสดงว่ามีทิศตรงกันข้ามกับความเร็วต้น
5. Dt
เป็นปริมาณสเกลาร์ เป็นบวกเสมอ
กราฟของการดล
การดล
|
I =
พื้นที่ใต้กราฟ F กับ t
= FDt
I = m( ) |
|
การชน
การชน
คือการที่วัตถุ 2
วัตถุกระทบกันในช่วงเวลาสั้น ๆ
หรือมีแรงมากระทำแล้วให้ผลเหมือนกับการชน
เช่น การยิงปืน
การระเบิดของวัตถุ การเตะฟุตบอล
เป็นต้น
กฎการอนุรักษ์โมเมนตัม
โมเมนตัมสามารถถ่ายโอนกันได้
โดยการชนกัน
จากกฎข้อที่ 1 ถ้า SF = 0 จะได้ว่า a = 0
นั่นคือ = 0 หรือความเร็วคงตัว
จึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงโมเมนตัม
จากกฎข้อที่ 2 ถ้า SF น 0 จะได้ว่า
a น 0
นั่นคือมีการดลและแรงดล FDt = m( )
| กฎการอนุรักษ์โมเมนตัม |
ผลรวมของโมเมนตัมก่อนชน |
=
ผลรวมของโมเมนตัมหลังชน |

|
|
ลักษณะการชน
กำหนดให้ |
วัตถุ m1
มีความเร็วต้น เป็น u1 และ
ความเร็วปลายเป็น v1
วัตถุ m2 มีความเร็วต้น
เป็น u2 และ
ความเร็วปลายเป็น v2 |
สัมประสิทธิ์การคืนตัว
(e) = (v2-v1) / (u1-u2)
เมื่อพิจารณาโมเมนตัมและพลังงานจลน์แล้ว
จะจำแนกลักษณะการชนเป็น 3 แบบคือ
| |
กฎการอนุรักษ์โมเมนตัม |
กฎการอนุรักษ์พลังงานจลน์ |
การชนแบบยืดหยุ่น
(e=0)
เป็นการชนที่ไม่สูญเสียพลังงาน
ภายหลังการชนแล้ว วัตถุไม่ยุบ
ไม่บุบ ไม่ติดกันไป |
SP ก่อนชน = SP หลังชน
m1u1 + m2u2
= m1v1 + m2v2 |
SEk ก่อนชน = SEk หลังชน
u1 + v1 = u2 + v2 |
การชนแบบไม่ยืดหยุ่น
(0<e<1)
คือการชนที่มีการสูญเสียพลังงาน
ภายหลังการชน จะมีการยุบ การบุบ
สูญเสียพลังงานจลน์ |
SEk ก่อนชน > SEk หลังชน
 |
การชนแบบไม่ยืดหยุ่นโดยสมบูรณ์
(e= 0)
เป็นการชนที่สูญเสียพลังงานไปมากที่สุด
ภายหลังการชน วัตถุจะติดกันไป
มีการสูญเสียพลังงานจนหมด |
SEk ก่อนชน = E อื่น
ๆ |
การระเบิด
การยิงปืน
การโดดออกจากเรือ หรือ
มวลอัดสปริง เมื่อมีการระเบิด (
หรือโดดออกจากเรือ)
พลังงานจลน์ก่อนเกิดเหตุการณ์
จะไม่เท่ากับพลังงานจลน์หลังเกิดเหตุการ
แต่โมเมนตัมยังเท่ากับตามกฎอนุรักษ์โมเมนตัม
| ให้ M และ m
เป็นวัตถุ
ที่มีความเร็ว(หลังการระเบิด)
เป็น v1 และ v2
ตามลำดับ |
SP ก่อนระเบิด |
= SP หลังระเบิด |
| ถ้า M ถอยหลัง
(เช่น ปืนถีบหลังยิง เรือถอยหลัง)
Mv1 |
= mv2 |
| ถ้า
ไม่ทราบทิศ M
-Mv1 |
= mv2 |
เหตุการณ์ที่คนเดินบนเรือ
หรือไต่บอลลูน
เป็นลักษณะการระเบิดที่หลังระเบิด
วัตถุ 2 วัตถุยังติดกันไป
ความเร็วคนเทียบกับเรือ
(หรือบอลลูน) ต่างเท่ากับ V2
ดังนั้น
ความเร็วของคนเทียบกับโลก = V2-V1
SP ก่อนระเบิด
- (M+m) v1 |
= SP หลังระเบิด
= mv2 |
การชนในระดับ
2 มิติ
หมายถึง การชนกันของวัตถุ
เมื่อชนแล้ว
วัตถุแยกจากกันโดยที่ไม่อยู่ในแนวเดียวกัน
แต่ยังคงอยู่ในระนาบเดียวกัน
เช่นการชนกันของลูกบิลเลียด
ให้ วัตถุ m1
มีความเร็วต้น เป็น u1 และ
ความเร็วปลายเป็น v1 วัตถุ
m2 มีความเร็วต้น เป็น u2
และ ความเร็วปลายเป็น v2
หลังชนแล้ว
มวลทั้งสองแยกออกจากกันเป็นมุม q1
และ q2
| การชนในระดับ 2 มิติ |
กฎการอนุรักษ์พลังงาน |
การชนกันแบบยืดหยุ่น |
m1v1sin
q1
= m2v1sin q2
ถ้ามวล 2 ก้อนเท่ากัน
ชนแบบยืดหยุ่น
ไม่ผ่านศูนย์กลางมวล
โดยที่มวลที่ถูกชนอยู่นิ่ง
หลังชนจะทำให้มวลทั้งสองแยกจากกันเป็น
90o เสมอ |
การชนกันแบบไม่ยืดหยุ่น |
(m1+m2)
v2 = (m1u1)2
+ (m2u2)2 + 2m1u1m2u2
cos q
การคำนวณสามารถทำได้อีกวิธี
โดยการแตก P ก่อนชนและ P
หลังชนให้อยู่ในแนวแกน x และ y |
การวัดความเร็วของกระสุนปืนด้วย
Ballastic pendulum
กระสุนปืนมวล m ความเร็วv
วิ่งเข้าชนมวล M ซึ่งอยู่นิ่ง
เป็นการชนไม่ยืดหยุ่น
กระสุนฝังในมวล M
แล้วเคลื่อนที่ติดกันไปด้วยความเร็ว
VA แกว่งสูง
จากระดับเดิมในแนวเดิม h ดังรูป
จะได้ว่า
VA = |
 |
ความเร็วกระสุนปืน
v = |
 |
|