ประวัติศาสตร์
ประวัติศาสตร์ หมายถึง
พฤติกรรมของมนุษย์ในอดีตที่มีการบันทึกไว้เป็นหลักฐานเฮโรโดตัส ชาวกรีกซึ่งถือเป็นบิดาแห่งประวัติศาสตร์โลก
เลโอโปล ฟอนรันเก มีบทบาทต่อการศึกษาประวัติศาสตร์ในแบบวิทยาศาสตร์
โดยมีวิธีการดังนี้
1. ตั้งสมมติฐาน
2. รวบรวมข้อมูล
3. วิเคราะห์ข้อมูล
4. นำไปใช้
หลักฐานทางประวัติศาสตร์
แบ่งได้ 2 ประเภท ตามยุคสมัย คือ
1. หลักฐานสมัยก่อนประวัติศาสตร์
2. หลักฐานสมัยประวัติศาสตร์ (เริ่มที่มีตัวอักษร)
หลักฐานประวัติศาสตร์จัดลำดับได้ดังนี้
1. หลักฐานชั้นต้น น่าเชื่อถือที่สุด บันทึกขณะเหตุการณ์กำลังดำเนินอยู่
2. หลักฐานชั้นรอง รวบรวมจากหลักฐานขั้นต้น โดยเพิ่มเติมความคิดเห็น
3. หลักฐานตติยภูมิ ใช้อ้างอิง
หลักฐานประวัติศาสตร์ไทย
1. ตำนาน เป็นเรื่องเล่าต่อกันมาในหลาย ๆ ด้าน
2. พงศาวดาร กล่าวถึงพระมหากษัตริย์ในเชิงอภิริหารแนวสมมติเทพ ใช้เอกสารราชการเป็นหลักฐาน
3. งานประวัติศาสตร์ เริ่มศึกษาแบบหลักเหตุผล มีแหล่งข้อมูลทางราชการ,เรื่องเล่า,คำให้การของชาวต่างชาติ
การเปลี่ยนแปลงทางสังคมไทย
การเปลี่ยนแปลงทางสังคม หมายถึง การเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างทางสังคม
และระบบความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในสังคม
ความเปลี่ยนแปลงทางสังคมในการจัดระเบียบกลุ่มคนในสังคมไทย แบ่งเป็น
1. สังคมสมัยโบราณ เริ่มตั้งแต่รวมกันเป็นชุมชน จนถึงสมัยสุโขทัย
อยุธยา ธนบุรี รัตนโกสินทร์ตอนต้น
2. สังคมสมัยใหม่ นับตั้งแต่รัชกาลที่ 4 จนถึงปัจจุบัน
การแบ่งชนชั้นในสมัยโบราณ
1. พระมหากษัตริย์
2. พระบรมวงศานุวงศ์ มีทั้งสกุลยศ และอิสริยยศ
3. ขุนนาง มีไพร่ในครอบครอง ไม่ต้องถูกเกณฑ์แรงงาน มีอภิสิทธิ์หลายอย่าง
4. ไพร่ มีศักดินา 10-25 ไร่ ต้องสังกัดรัฐหรือมูลนาย เพื่อได้รบความคุ้มครองทางกฎหมาย
และสะดวกในการเกณฑ์แรงงาน มีไพร่หลวง ไพร่ส่วย ไพร่สม
5. ทาส มีศักดินา 5 ไร่ ครอบครองทรัพย์ได้ ไม่ถูกลงโทษถึงตาย ถ้าได้ไปรบ
หรือบวช กลับมาย่อมเป็นไท
พระไอยการตำแหน่งนาพลเรือน
และนายทหารหัวเมือง เป็นกฎหมายที่ประกาศใช้ในสมัยสมเด็จ
พระบรมไตรโลกนาถ ให้ทุกคนมีศักดินาลดหลั่นกันตามหน้าที่ในสังคม และตามชาติกำเนิด
การเปลี่ยนแปลงสังคมสมัยใหม่ (รัชกาลที่ 4 - พ.ศ. 2475)
1. มีการติดต่อและรับเอาวัฒนธรรมตะวันตกมาใช้ ยกเลิกและปรับปรุงขนบธรรมเนียมประเพณีหลาย
ๆ อย่าง
2. การยกเลิกระบบไพร่และทาส ในสมัยรัชกาลที่ 5 การรับสมัครไพร่เป็นทหาร
5 ปี มีการจ่ายเงินแทนแรงงานและตราพระราชบัญญัติ พ.ศ. 2431 การจัดตั้งโรงเรียนหลวง
ในปี พ.ศ. 2414 และจัดตั้ง ร.ร. มหรรณพาราม เป็นโรงเรียนสำหรับราษฎร
พ.ศ. 2427
การเปลี่ยนแปลงสมัยพ.ศ. 2475 - ปัจจุบัน
- มีการปกครองแบบระบอบประชาธิปไตย
- มีการขยายการศึกษาในระดับอุดมศึกษา
- ประชาชนมีความเท่าเทียมกันทางกฎหมาย
- การขยายตัวภาคเกษตรกรรมลดลง เนื่องจากการขยายตัวทางภาคอุตสาหกรรม
- มีปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม
- วัฒนธรรมตะวันตกเป็นปัจจัยสำคัญในการเปลี่ยนแปลง
การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม
สมัยก่อนสุโขทัย |
ศรีวิชัย,
ทวารวดี, ลพบุรี |
| สุโขทัย |
สถาปัตยกรรม |
เจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์
ทรงลังกา ทรงเรือนธาตุ |
| ประติมากรรม |
พระพุทธรูปสำริด เครื่องสังคโลก |
| อยุธยา |
สถาปัตยกรรม |
เจดีย์เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง เครื่องเรือนด้วยไม้แบบเรือนผูกและเครื่องเรือนสับ |
| ประติมากรรม |
ปั้นพระพุทธรูป แบบ อู่ทอง และอยุธยา |
| จิตรกรรม |
เกี่ยวกับทางพุทธศาสนา |
| วรรณกรรม |
เป็นยุคทองทางวรรณกรรม |
| ธนบุรีและ รัตนโกสินทร์ตอนต้น |
สถาปัตยกรรม |
ได้รับอิทธิพลของจีน
โบสถ์วิหารแบบราชนิยม |
| จิตรกรรม |
เกี่ยวกับทางพุทธศาสนา
ใช้หลายสี |
| วรรณกรรม |
สอดแทรกความบันเทิงมากขึ้น |
| ประติมากรรม |
มีศิลปะจีนปะปน ถ้าเป็นแบบไทยแท้
เป็นแบบลงรักปิดทอง |
วัฒนธรรมสมัยรัชกาลที่ 4 - พ.ศ. 2475
รัชกาลที่ 4
- กษัตริย์ร่วมดื่มน้ำพิพัฒน์สัตยา
- ปรับปรุงขนบธรรมเนียมประเพณีให้ทันสมัยขึ้น
รัชกาลที่ 5
- เปลี่ยนตำแหน่งรัชทายาท จากวังหน้าเป็นสยามมงกุฎราชกุมาร
- เปลี่ยนทรงผม
- เปลี่ยน จ.ศ. มาเป็น ร.ศ. (พ.ศ. 2325 เป็น ร.ศ. 1)
- มีละครใหม่ ๆ เกิดขึ้น เช่น ละครดึกดำบรรพ์ ละครร้อง ลิเก โขน ละครพันทาง
รัชกาลที่ 6
- ใช้ พ.ศ. แทน ร.ศ.
- ตราพระราชบัญญัตินามสกุล
- เปลี่ยนการนับนาฬิกาจากโมงและทุ่ม เป็นนาฬิกา
- กำเนิดธงไตรรงค์
หลัง พ.ศ. 2475 - ปัจจุบัน
- เลิกถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ปี พ.ศ. 2476
- เปลี่ยนชื่อประเทศ "สยาม" เป็น "ไทย"
- ห้ามนุ่งโจงกระเบน กินหมาก และให้สวมหมวก
- มีงานจิตรกรรมแบบสามมิติ
- สถาปัตยกรรม มี 3 แบบ แบบไทยแท้ แบบตะวันตก และแบบผสม
- วรรรณกรรม เปลี่ยนจากร้อยกรองเป็นร้อยแก้วมากขึ้น เนื้อหาเป็นจริงมากกว่าความศรัทธาทางศาสนา
มีงานเขียนแบบโรแมนติก การเมืองเพิ่มขึ้น
- มีการตั้งสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ในปี พ.ศ. 2522
| การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ |
สมัยสุโขทัย |
เกษตรกรรม การทำชลประทาน การค้าขายที่ตลาดปสาน เก็บอากรค่านา เป็นหางข้าว |
| สมัยอยุธยา |
มีการใช้ระบบบรรณาการกับจีน การผูกขาดโดยพระคลังสินค้า
ภาษีอากรแบ่งเป็น จังกอบ อากร ส่วย ฤชา |
| สมัยธนบุรี |
มีการฟื้นฟูเศรษฐกิจ การซื้อข้าวแจกจ่ายราษฎร |
| สมัยรัตนโกสินทร์ |
มีอุตสาหกรรมน้ำตาลทราย ในสมัยรัชกาลที่ 2 มีการทำสนธิสัญญาเบอร์นีกับอังกฤษ
ใน ปี พ.ศ. 2369 การค้าเสรีโดยตรง การเก็บภาษี แบบปากเรือ การใช้ระบบภาษีนายอากร
ในรัชกาลที่ 3 การทำสนธิสัญญาบาวริง ในรัชกาลที่ 4 |
| สมัยรัชกาลที่ 7 |
มีดุลยภาพข้าราชการ เนื่องจากปัญหาทางเศรษฐกิจ เกิดความขัดแย้งทางด้านเศรษฐกิจ
|
มีการเปลี่ยนแปลงทางการปกครอง |
สมัยสุโขทัย |
กษัตริย์ เป็นพ่อขุน ฐานะปิตุราชา บางองค์เป็น ธรรมราชา เมืองหลวงเป็นศูนย์กลาง
มีลักษณะกระจายอำนาจอยู่แถบนอกเมือง |
| สมัยอยุธยา |
กษัตริย์เป็นเทวราชา ในเมืองหลวง มีจตุสดมภ์ (ยกเลิกในสมัยพระบรมไตรโลกนาถ)
การกำหนดชนชั้น ตรากฎมณเฑียรบาล กำหนดศักดินา |
สมัยธนบุรีและ
รัตนโกสินทร์ตอนต้น |
ลดการเข้าเวรจากปีละ 6 เดือน เป็น ปีละ
3 เดือน |
| สมัยรัชกาลที่ 5 |
การยกเลิก 6 หน่วยงาน และเปลี่ยนการจัดตั้งเป็น 12
กระทรวง การปกครองส่วนภูมิภาค จัดตั้งมณฑลเทศาภิบาล สุขาภิบาล |
| พ.ศ. 2475 |
การล่าอาณานิคม การศึกษาแผนใหม่ การเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย |
การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมของชาติตะวันตก
|
|
| ยุคหินเก่า |
เร่ร่อนเก็บของป่า ล่าสัตว์ ใช้ไฟ ภาพวาดในถ้ำอัลตามิรา |
| ยุคหินกลาง |
การดำรงชีพไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงแต่รู้จักสร้างที่พักแทนการอยู่ถ้ำ |
| ยุคหินใหม่ |
รู้จักเพาะปลูกเลี้ยงสัตว์, ทอผ้า ทำเครื่องปั้นดินเผา
มีอนุสาวรีย์สโตนเฮนจ์ |
|
- สมัยประวัติศาสตร์ เริ่มตั้งแต่มีอักษรใช้
|
|
อียิปต์ |
มีอักษรเฮียโรกลิฟฟิค บันทึกในกระดาษปาปิรุส
เป็นชาติที่เชื่อถือเทพเจ้า
เชื่อชีวิตหลังความตาย ซึ่งจะสะท้อนออกมาในงานศิลปะ |
|
เมโสโมเตเมีย |
มีหลายชนเผ่ามายึดครอง เช่น
สุเมเรียน ฟินิเซียน อัสซิเรียน |
|
กรีก |
ชำนาญด้านการค้า เชื่อมั่นในเหตุผล
เป็นต้นคิดของ "มนุษยนิยม" |
|
โรมัน |
เป็นนักปฏิบัติเน้นความรับผิดชอบ
ระเบียบวินัย คำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวม |
- สมัยกลาง เป็นสมัยที่คริสต์ศาสนาเข้าครอบงำ
และมีระบบฟิวดัส เป็นระบบสังคมของยุคกลาง มีประมวลกฎหมายของพระเจ้าจัสตีเนียน
มีศิลปะแบบต่าง ๆ เช่น ศิลปะไบแซนไทน์ ศิลปะโรมาแนสก์ ศิลปะแบบ
โกธิค ศิลปะมุสลิม
- สมัยใหม่ ตั้งแต่ ค.ศ.ที่
15 ระบบฟิวดัสเสื่อม ชนชั้นกลางมีอิทธิพลมากขึ้น ศาสนาเริ่มหมดบทบาท
มีการแสวงหาความรู้
|
| ช่วงแรก |
มีการฟื้นฟูศิลปะ การสำรวจค้นหาดินแดนใหม่ การปฏิรูปศาสนา
การปฏิวัติวิทยาศาสตร์และเหตุผล ศิลปะแบบบารอค และนีโอคลาสสิก |
| ช่วงหลัง |
การเกิดชนชั้นกลาง ซึ่งร่ำรวยจากการประกอบการค้า แนวคิดเสรีนิยม
และสังคมนิยม ศิลปะแบบโรแมนติค ศิลปะสัจนิยม |
การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ
สมัยกลาง ศูนย์กลางเศรษฐกิจตามระบบฟิวดัส
อยู่ที่มารแมนเนอร์
สมัยใหม่ ค้นพบเส้นทางเดินเรือ
รัฐควบคุมการค้า
สมัยปฏิวัติอุตสาหกรรม เกิดการจัดระบบโรงงาน
ระบบนายทุน เกิดลัทธิทางเศรษฐกิจ ลัทธิเสรีนิยม
ลัทธิสังคมนิยม
| การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง |
|
สมัยโบราณ |
ปกครองแบบเทวราชา |
| กรีก |
มีการปกครองแบบสาธารณรัฐ
ประชาธิปไตยทางตรง |
| โรมัน |
ปกครองแบบสาธารณรัฐ และจักรวรรดิ
มีกฎหมายสิบสองโต๊ะ |
|
สมัยกลาง |
ระบบฟิวดัสครอบคลุมทุกด้าน
แต่ในช่วงปลาย มีการขัดแย้งระหว่างศาสนาจักรและสถาบันกษัตริย์ |
|
สมัยใหม่ |
การสร้างชาติที่สืบเนื่องจากระบบฟิวดัสเสื่อมลง
และชนชั้นกลางสนับสนุนกษัตริย์จนเข้าสู่ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์
การเกิดนักปรัชญาการเมืองที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาประชาธิปไตย
เช่น จอห์น ลอค, มองเตสกิเออร์, รุสโซ, วอลแตร์ |
การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมของชาติตะวันออก
จีน
สมัยก่อนประวัติศาสตร์
มีการค้นพบโครงมนุษย์ปักกิ่ง ในยุคหินใหม่ พบแหล่งอารยธรรมยางเซากับลุงซาน
โดยพบเครื่องปั้นดินเผา หม้อสำริด กระดูกเสี่ยงทาย
สมัยก่อนประวัติศาสตร์ มีการปกครองแบบราชวงศ์ต่าง ๆ แนวคิดลัทธิขงจื๊อ
เต๋า
อินเดีย
สมัยก่อนประวัติศาสตร์
อารยธรรมกลุ่มแม่น้ำสินธุของพวกดราวิเดียน มีความเจริญมากจากหลักฐานซากเมืองฮารัปปาและโมเฮนโจดาโร
มีการวางผังเมือง ท่อระบายน้ำ
สมัยประวัติศาสตร์ สมัยมคธ- โมริยะ มีการติดต่อกับชาวกรีก สถูปที่เมืองสัญจี
สถาปัตยกรรมอชันตะและทัชมาฮาล
การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองการปกครอง
จีน
มีระบอบกษัตริย์ จนในสมัยยราชวงศ์ชิง
มีการเปลี่ยนแปลงเป็นระบอบสาธารณรัฐ โดย ดร.ซุนยัดเซ็น มี ยวนซีไข เป็นประธานธิบดี
ในปี ค.ศ. 1911 เหมาเจ๋อตุง นำระบอบคอมมิวนิสต์เข้ามา ต่อมา เติ้งเสี่ยวผิง
ใช้นโยบายสี่ทันสมัย ควบคุมการเมือง
ญี่ปุ่น
ปกครองโดยจักรพรรดิ โชกุนสั่งปิดประเทศ
ยึดอำนาจการปกครองยาวนานถึง 700 ปี (ค.ศ. 17-19) จนถึงสมัยเมจิ กษัตริย์มัตสุฮิโต
ได้ยึดอำนาจจากโชกุน บริหารประเทศเป็นประชาธิปไตย
อินเดีย
การปกครองเป็นแบบกษัตริย์
จน ค.ศ. ที่ 19 อังกฤษเข้ามาปกครอง และมหาตมะ คานธี และเยาวราลห์ เนรู
เรียกร้องเอกราชได้สำเร็จ
การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ
จีน
มีพื้นฐานทางการเกษตรกรรมในแถบลุ่มแม่น้ำฮวงโห
การค้าขายกับตะวันตกในสมัยฮั่น เหมาเจ๋อตุง นำนโยบายนารวม การเร่งผลิตแบบก้าวกระโดด
แต่ก็ยังแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจไม่ได้ เติ้งเสี่ยวผิง ใช้นโยบายสี่ทันสมัย
แก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ดีขึ้น ปัจจุบันมีการเปิดโอกาสให้เอกชนมากขึ้น
ทำให้เศรษฐกิจก้าวหน้ามากขึ้น
ญี่ปุ่น
มีการเปิดประเทศในสมัยเมจิ โดยการบีบบังคับของตะวันตก
ในสงครามโลกครั้งที่ 1 เศรษฐกิจมั่นคง แพ้สงครามในสงครามโลกครั้งที่
2 ทำให้เศรษฐกิจทรุดหนัก แต่ก็กลับกลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ
มีการขยายตลาด และเงินช่วยเหลือประเทศต่าง ๆ
ความร่วมมือ การแข่งขัน และความขัดแย้งระหว่างประเทศ
ปัญหาจากแหลมบอลข่าน ปัญหาลัทธิจักรวรรดินิยม
การขยายตัวของระบบพันธมิตรทางทหาร ก่อให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 รัชทายาทแห่งออสเตรีย
-ฮังการี ถูกลอบปลงพระชนม์ ทำให้ ออสเตรีย - ฮังการี ประกาศสงครามกับเซอร์เซีย
ประเทศพันธมิตรเข้าร่วมด้วย ฝ่ายเยอรมัน ออสเตรีย - ฮังการี แพ้
มีการตั้งองค์การสันนิบาตชาติเกิดขึ้น (แต่อเมริกาไม่เข้าร่วมด้วย)
และยกเลิกไปในปี ค.ศ. 1946 ชนวนเกิดจากเยอรมันบุกโปแลนด์ อังกฤษ ฝรั่งเศส
จึงประกาศสงครามกับเยอรมัน ผลคือ เยอรมันแพ้ ค.ศ. 1945 ญี่ปุ่นถูกโจมตีที่เมือง
ฮิโรชิมา, นางาซากิ
ปี ค.ศ. 1941 มีการตั้งองค์การสหประชาชาติ มีองค์กรดังนี้
- สมัชชาใหญ่
- คณะรัฐมนตรีความมั่นคง
- คณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคม
- สำนักงานเลขาธิการ
- คณะมนตรีภาวะทรัสตี
- ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ