| คำ |
| คำ
คือพยางค์หรือกลุ่มของพยางค์ที่มีความหมาย |
| คำมูล |
| คำมูล
คือคำที่สร้างจากภาษาเดิม มีในทุกภาษา ไม่ได้เกิดจากคำที่มีอยู่แล้วมาประกอบกัน
อาจมีการสร้างขึ้นใหม่ เช่น จ๊าบ หรือสูญหายไปจากภาษา |
| คำประสม |
คำประสม
คือคำที่เกิดจากคำมูล มีลักษณะคือ
1.
คำที่เกิดจากคำมูลที่มีความหมายต่างกันมาประสมกัน เช่น น้ำอัดลม
หายใจ ปากกา ยางลบ จานดาวเทียม
2.
คำที่เกิดจากคำมูลที่มีความหมายกว้าง มานำหน้าคำมูลอื่น ๆ เช่น
นักดนตรี ผู้ดี การเงิน การงาน ความวัว
ความควาย |
| คำซ้อนเพื่อความหมาย |
คำซ้อนเพื่อความหมาย
คือการนำคำมูลที่มีความหมายเหมือนกัน
1.
คำซ้อนที่มีความหมายแคบกว่าคำเดิม เช่น ขัดถู
เผ้าผม ศูนย์กลาง
2.
คำซ้อนที่มีความหมายกว้างกว่าคำเดิม เช่น ข้าวปลา
ตับไตไส้พุง หมูเห็นเป็ดไก่
3.
คำซ้อนที่ต่างกับคำเดิมที่นำมาซ้อน เช่น บากบั่น
เสียดสี อ่อนหวาน
คำมูลที่นำมาซ้อนกัน
อาจมีความหมายตรงกันข้ามกับคำเดิม เช่น ตัดต่อ ถูกผิด หรือมีความหมายเชิงเชิงเปรียบเทียบ
เช่น ถูกผิด ยากง่าย
คำซ้อนที่มีมากกว่า
2 คำ ก็มี เช่น ครูบาอาจารย์ อิ่มอกอิ่มใจ ลูกศิษย์ลูกหา อดตาหลับขับตานอน |
| ประเภทของคำซ้อน |
คำซ้อนเพื่อเสียง
คือคำที่เกิดจากคำมูลที่มีเสียงพยัญชนะต้นเหมือนกัน หรือมีสระเหมือนกัน
หรือเป็นสระสั้น-ยาวคู่เดียวกัน เช่น ยั้วเยี้ย
กระผลุบกระโผล่
กระเซอะกระเซิง เกะกะ กะรุงกะรัง ท้อแท้ โมเม สุงสิง |
| คำซ้ำ |
| คำซ้ำคือคำมูล
2 คำ ที่มีรูป เสียง ความหมาย ชนิด และหน้าที่เหมือนกันมาซ้ำกัน
อาจอยู่ในรูปการใช้ไม้ยมก (ๆ) การเปลี่ยนเสียงวรรณยุกต์ เสียงสระ
การซ้ำที่พยัญชนะต้น(เรียกว่า อัพภาส) เช่น ไป
ๆ มา ๆ ด๊ำดำ ซ้วยสวย อาหงอาหาร ระรื่น วะวับ |
| คำสมาส |
คำสมาสมีข้อแตกต่างกับคำประสม
ดังนี้
1. คำสมาสที่ไม่มีการสนธิ
คือคำสมาสที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือกลมกลืนเสียง เช่น เกตุมาลา
วิทยากร ประวัติศาสตร์
2. คำสมาสที่มีการสนธิ
คือคำสมาสที่มีการเปลี่ยนแปลงเสียง
| |
คำสมาส |
เกิดจาก |
| การสนธิสระ |
ราชาธิราช
กาญจนาภิเษก
รัตนาภรณ์
มหานิสงฆ์
สามัคยาจารย์
ดนูปถัมภ์
มัธวาหาร
|
ราชะ + อธิราช
กาญจนาภิเษก
รัตนะ + อาภรณ์
มหา + อานิสงฆ์
สามัคคี + อาจารย์
ดนู + อุปถัมภ์
มธว (มธุ) + อาหาร |
| การสนธิพยัญชนะ |
มโนภาพ
นิรภัย
อหังการ
สงสาร, สังสาร
|
มนัส + ภาพ
นิสฺ + ภัย
อหํ + การ
สํ + สาร |
|
| |
| ประโยค |
1.
ประโยคความเดียว คือประโยคที่มี ภาคประธาน และภาคกริยา อย่างละ
1 หน่วย เช่น เธอชอบรถคันนั้น นกน้อยเกาะกิ่งไม้
ข้างหน้าต่างห้องฉัน
2. ประโยคความซ้อน
คือ ประโยคที่มีประโยคเล็ก ขยายข้อความในประโยคใหญ่ อาจใช้คำเชื่อม
เช่น ที่ ซี่ง ผู้ อัน ว่า เช่น เธอชอบรถที่เขาขับ
ฉันดีใจที่เขามาเยี่ยม
3. ประโยคความรวม
คือ ประโยคที่มีหน่วยกริยาตั้งแต่ 2 หน่วยขึ้นไป มีลักษณะดังนี้
| ไม่มีคำเชื่อมประโยค |
ฉันดูเขาแสดงละคร |
| คำเชื่อมเป็นความสัมพันธ์ทางเวลา |
หลังจากเขาอาบน้ำ เขาก็ไปแต่งตัว
เธอหัวเราะเมื่อเขาพูดจบ
ฉันรู้จักเขาตั้งแต่เขายังเป็นครู
เขาวาดรูปจนกระทั่งตะวันลับขอบฟ้า |
| คำเชื่อมที่เป็นความสัมพันธ์ทางเหตุผล |
เขามาเพราะรักเธอ |
| คำเชื่อมบอกเหตุที่เป็นเงื่อนไข |
ฉันจะไปหาเธอ ถ้าฝนไม่ตก |
| คำเชื่อมแสดงผล |
เขาตื่นเต้นมากถึงกับเป็นลม |
| คำเชื่อมที่ใช้บอกจุดประสงค์ จุดมุ่งหมาย |
แม่ดุน้องให้ฉันหายโกรธ |
| คำเชื่อมที่มีความหมายคล้อยตาม หรือขัดแย้งกัน |
นิทานเรื่องนี้สะท้อนภูมิปัญญาไทย
ตลอดทั้งแสดงสภาพสังคมในชนบทอีกด้วย |
| คำเชื่อมแสดงการขยายความ |
เขาทำราวกับว่าเขาเป็นเจ้าของบ้าน
ดารินทร์ หน้าซีดราวกับเลือดจับตัวเป็นก้อน
เรารักชีวิตอย่างไร สัตว์ก็รักชีวิตอย่างนั้น |
| คำเชื่อมที่เป็นตัวอย่าง |
เด็ก ๆ ควรทำตัวให้เป็นประโยชน์
เช่น ช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน |
| คำเชื่อมบอกลักษณะ |
เธอทำงานโดยไม่บ่น
เขาซื้อของโดยจ่ายเงินสด |
|